ส.อ.ท. มั่นใจรัฐบาลรับมือวิกฤติน้ำมันโลกประคองค่าครองชีพ-ลดต้นทุน SMEs

ส.อ.ท. มั่นใจรัฐบาลรับมือวิกฤติน้ำมันโลกประคองค่าครองชีพ-ลดต้นทุน SMEs
ส.อ.ท. เชื่อมั่นรัฐบาลมีเครื่องมือและมาตรการเพียงพอในการรับมือความผันผวนของราคาพลังงาน หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุอีกรอบ ดันราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 19% แตะ 83.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม มาแตะระดับ 83.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นกว่า 19% สะท้อนให้เห็นว่าราคาพลังงานยังคงมีความผันผวนสูงตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมในระยะช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท. เชื่อมั่นว่ารัฐบาลมีทั้งเครื่องมือ กลไก และประสบการณ์ในการบริหารจัดการความผันผวนของราคาพลังงาน โดยที่ผ่านมา ภาครัฐสามารถดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูแลค่าครองชีพ การรักษาเสถียรภาพของระดับราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อ ตลอดจนการลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่อาจส่งผ่านไปยังภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถดำเนินธุรกิจและรักษาการจ้างงานต่อไปได้ ขณะเดียวกัน การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนยังมีส่วนสำคัญในการพยุงกำลังซื้อ ช่วยรักษาการบริโภคภายในประเทศ และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการประคองเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

 

 

 

TAGS: #ส.อ.ท. #ราคาพลังงาน #สหรัฐฯ-อิหร่าน #น้ำมันดิบ