"ประเทศไทยไม่ปลอดภัย" อีกแล้วในสายตาคนจีน และปัญหาจะไม่หมดไปตราบใดที่ไทยปล่อยให้เครือข่ายสีเทาครองเมือง

ในขณะที่คนไทยพากันสะใจที่ Al Jazeera เปิดโปงความเกี่ยวข้องระหว่างชนชั้นนำในกัมพูชากับอาชญากรรมสแกมเมอร์ แต่คนไทยลืมไปว่า ตอนนี้พวก "เครือข่ายสีเทา" ในบ้านเราเองอาละวาดหนักมาก ถึงขนาดทำให้ "เมืองไทย" กลายเป็นแดนอันตรายในสายตาคนจีน - อีกครั้ง

แฟนบันเทิงคงจะทราบข่าวแล้วว่าวันนี้ "ไป๋ลู่" นักแสดงสสาวชาวจีนประกาศยกเลิกแฟนมีตในกรุงเทพฯ แบบกระทันหัน 

เบื้องหลังของความกระทันหันนี้มาจาก "ความไม่ปลอดภัย" ที่เกิดขึ้นกับคนจีนที่เดินทางมาเมืองไทยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

บัญชีของไป๋ลู่ในโซเชียลมีเดีย (@白鹿官方工作室) ชี้แจงเรื่องนี้ว่า 

"ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจและสนับสนุนกิจกรรมในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ WeTV ของ @白鹿my (ไป๋ลู่) มาโดยตลอด ทางทีมงานต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า เนื่องจากมีคำเตือนเรื่องความเสี่ยงในช่วงที่ผ่านมา และภายหลังจากการหารืออย่างถี่ถ้วนกับทางแพลตฟอร์ม งาน WeSpark ในธีม "เมื่อพบกวางในป่าลึก" (When You See Deer in the Deep Forest) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ จำเป็นต้องถูกยกเลิก

นับตั้งแต่มีการประกาศจัดงานอย่างเป็นทางการ เราได้เห็นแฟนคลับทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากเตรียมการจองเที่ยวบิน ที่พัก และวางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อมาร่วมงานนี้ เราซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านตั้งตารอและเดินทางไกลเพื่อมาพบกัน ทั้งไป๋ลู่และทีมงานทุกคนได้เตรียมตัวกันอย่างเต็มที่ โดยมีการตรวจสอบขั้นตอนการจัดงานและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อหวังจะมอบช่วงเวลาที่น่าประทับใจและมีความสุขให้กับทุกคน อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยและการเดินทางที่ราบรื่นของผู้เข้าร่วมงานทุกคนถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราและผู้จัดงาน ดังนั้น หลังจากประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบแล้ว เราจึงจำเป็นต้องตัดสินใจระงับการจัดงานในครั้งนี้ การตัดสินใจดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย และเราตระหนักดีว่าเรื่องนี้อาจทำให้หลายท่านที่ตั้งตารอต้องผิดหวัง รวมถึงส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางที่ท่านได้เตรียมไว้แล้ว เราต้องขออภัยอย่างจริงใจต่อแฟนคลับทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้"

นอกจากไป๋ลู่จะต้องยกเลิกอีเว้นต์ที่เมืองไทยแล้ว เธอยังต้องช่วยชดเชยค่าที่พักและค่าเดินทางใฟ้แฟนๆ อีกด้วย 

เรื่องนี้มันจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ? ผมเชื่อว่าเธอคงเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายของแฟนๆ ด้วยใจจริง   แต่อีกด้านหนึ่ง ไป๋ลู่ก็ถูกกดดันด้วยเหมือนกันจากการที่จะจัดอีเว้นต์ในกรุงเทพฯ 

เพราะก่่อนที่จะยกเลิกงานที่กรุงเทพฯ ทีมงานของไป๋ลู่พยายามประนีประนอมแล้วด้วยการเปิดโอกาสให้แฟนคลับตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะเข้าร่วมงานหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ยังเป็นประเด็นร้อนในสังคมออนไลน์จีน นำไปสู่แรงกดดันที่ทำให้เธอและทีมงานต้องพับอีเว้นต์ที่ไทยในที่สุด

วิวาทะเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คนจีน "หายตัว" จากเมืองไทยแล้วถูกอุ้มไปโผล่ที่เมียนมา

ที่หายตัวจากไทยไปเมียนมาคงไม่ได้ไปไหว้พระเจดีย์ชเวดากองแน่ๆ แต่คนจีนพวกนั้นจะกลายทาสแรงงานที่นิคมสแกมเมอร์ตามแนวชาวแดนไทย-เมียนมา ซึ่งธุรกิจสีเทาคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เพิ่งจะกวาดล้างไปเมื่อปีที่แล้วแท้ๆ 

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยถึงกับมีคำเตือนไปยังชาวจีนที่จะเดินทางมายังไทย ดังนี้ ว่า 

"เมื่อเร็วๆ นี้ ในประเทศไทยมีกรณีชาวจีนหายตัวไปหลังจากเดินทางเข้าประเทศ ถูกกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือถูกล่อลวงไปยังบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยกลุ่มอาชญากรจะใช้ข้อเสนอเรื่องงานที่ให้ค่าตอบแทนสูง การเดินทางไปติดต่อธุรกิจ ความร่วมมือด้านการลงทุน หรือการเชิญชวนเข้าร่วมโครงการต่างๆ มาเป็นเหยื่อล่อให้ชาวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นจึงก่ออาชญากรรมหรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวจีน นอกจากนี้ ยังพบกรณีการหลอกลวงกลุ่มบุคคลในประเทศจีนที่ทำงานด้านการไลฟ์สดหรือศิลปะการแสดง โดยอ้างว่าจะให้โอกาสในการถ่ายทำผลงานหรือการแสดง สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยจึงขอเตือนให้ชาวจีนที่จะเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มความระมัดระวัง ป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง และดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยของตนเอง"

นี่เป็นส่วนหนึ่งของคำเตือนจาก สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยังมีรายละเอียดคำเตือนอีกยาวเหยียดให้ประชาชนชาวจีนระมัดระวังตัวขนาดไหน

นี่เองที่เป็นเหตุให้คนจีนตื่นตัวเรื่องความปลอดภัยในไทยอีกครั้ง และกระทบไปถึงอีเว้นต์ที่ดาราจีนจะจัดในไทย และผมเกรงว่าจะกระทบต่อการเที่ยวไทยอีกครั้ง 

อย่างที่บอกไปว่า ธุรกิจสีเทาที่ชายแดนไทย-เมียนมาคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่เพิ่งจะกวาดล้างไปเมื่อปีที่แล้วแท้ๆ เรา (คือคนไทย) ต้องถามตัวเองแล้วว่า ทำไมซอมบี้ตัวนี้ถึงไม่ยอมตายเสียที มันฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะใคร? 

แน่นอน เพราะมีอาชญากรคนจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน มาเก๊า มารับงานเป็น "บอส" ในรังสแกมเมอร์แถบนั้น และเพราะเจ้าถิ่น คือพวกกองกำลังชนกลุ่มน้อยในเมียนมาคอยเก็บส่วยจากธุรกิจพวกนี้แล้วคอบคุ้มครองให้ 

แต่ทั้งบอสจีนและแรงงานคนจีนจะเข้าไปในถิ่นพวกนั้นได้อย่างไรถ่้าไม่ผ่านไทยและไม่มีคนไทยคอยประสานงานให้? 

อย่างที่มีข่าวจาก South China Morning Post (SCMP) เมื่อไม่กี่วันก่อนว่า ทางการไทยตรวจยึดสายเคเบิลใยแก้วนำแสงข้ามพรมแดนความยาว 350 เมตร ซึ่งมีแกนนำสัญญาณ 48 คอร์ โดยสายดังกล่าวถูกใช้ส่งข้อมูลปริมาณประมาณ 6 เทราไบต์ต่อวัน ไปยังแหล่งรวมกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์และคาสิโนผิดกฎหมายในประเทศเมียนมา

ใครที่ลากสายเคเบิลจากไทยไปยังรังสแกมเมอร์? ก็คนไทยอีกนั่นแหละ จากรายงานของ  SCMP ทำให้ทราบว่ามีชายต้องสงสัยรายหนึ่งซึ่งยอมให้มีการเดินสายเคเบิลใยแก้วนำแสงผ่านบ้านของตนนั้น ได้รับเงินวันละ 700 บาท (ประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐ) จากแก๊งสแกมเมอร์

ชายแดนไทยกับเมียนมานั้นเป็นแดนสนธยา มีคนที่พร้อมจะรับใช้อำนาจสีเทาได้ตลอดเวลา เพราะรายได้มันงาม ดังนั้น คนภายนอกไม่ควรจะเหยียบเข้าไปโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ 

สถานทูตจีนก็เตือนไว้อย่างถูกต้องแล้วว่า "โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ควรศึกษาทำความเข้าใจสถานการณ์ความมั่นคงในจุดหมายปลายทางอย่างละเอียด และประเมินความจำเป็นในการเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาหรือพื้นที่ห่างไกลอื่น ๆ อย่างรอบคอบ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงหากไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ ขอให้ปฏิเสธการจัดทริปเดินทางไปยังพื้นที่ชายแดนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะมาในรูปแบบของการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ การหางาน การลงทุน หรือกรณีที่มีการร้องขอให้เปลี่ยนแผนการเดินทางชั่วคราวหรือให้เดินทางผ่านช่องทางข้ามแดนที่ไม่เป็นทางการ"

อย่างไรก็ตาม ต่อให้ไม่ได้ไปถึงชายแดนเมียนมา คนจีนก็เสี่ยงที่จะถูกอุ้มจากภายในพื้นที่ชั้นในอยู่ดี คนที่ถูกอุ้มข้ามแดนนั้น หากไม่ถูกหลอก ก็มีคนที่หลอกตัวเองว่าจะไปทำงานเป็นสแกมเมอร์ด้วยความตั้งใจของตนเองแล้วจะไปหาเงินมาเยอะๆ โดยไม่ทราบว่าการไปอยู่ที่นั่นคือการฆ่าตัวตายชัดๆ 

ครับ ไม่ใช่แค่อำนาจสีเทาในไทยเท่านั้นที่อำนวยความสะดวกให้รังสแกมเมอร์ในเมียนมนยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แต่เป็นเพราะคนจีนจำนวนหนึ่งเชื่อผิดๆ ว่า การไปเป็นสแกมเมอร์คือการหาเงินที่รวยเร็วโดยไม่ต้องลำบาก ทำให้มีคนจีนใช้ไทยเป็นทางผ่านไม่หยุดหย่อน ผลก็คือ พอคนพวกนี้หายตัวขึ้นมาส ภาพลักษณ์ประเทศไทยก็เสียหายอีก 

คำถามก็คือ ทำไมรังสแกมเมอร์ที่ชายแดนเมียนถึงไม่พังพินาศไปเสียที? 

คงจำกันได้ว่า เมื่อปีที่แล้ว จีนส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงมาร่วมสนธิกำลังกับฝ่ายความมั่นคงของไทย ทำการปราบสแกมเมอร์ที่ชายแดนเมียนมาฝั่งตะวันออก (เมียวดี) ในขณะที่จีนก็กวาดล้างรังสแกมเมอร์ในเมียนมาตะวันออกเฉียงเหนือ (โกกั้ง) ด้วย จนทำให้สแกมเมอร์ในเมียนมาเงียบไปพักหนึ่ง แล้วแห่ไปกบดานที่กัมพูชา

แต่ผมก็ยังเชื่อว่า ต่อให้มีซัพพาย (คนจีนที่หลงมาเป็นสแกมเมอร์) หากไม่มีเอเย่นต์คอยป้อนวัตถุดิบให้ (พวกสีเทาในไทยที่พาคนพวกนี้ไปเมียนมา) ดีมานด์ (รังสแกมเมอร์) ก็จะเคลื่อนไหวไม่ได้

เมื่อทุกอย่างมีพร้อม สแกมเมอร์จึงไม่หายไปจากประเทศเพื่อนบ้านของไทยเสียที

อีกประการหนึ่ง ชายแดนเมียนมาตะวันออกเป็นพื้นที่สงคราม ชนกลุ่มน้อยกลุ่มต่างๆ มีมากมายที่ต่อต้านและร่วมมือกับกองทัพเมียนมา ในสภาพการณ์ที่มีการรบ การสานพันธมิตร และการร่วมพลังต่อต้าน-อันเป็นสภาวะสงครามกลางเมืองที่สมบูรณ์แบบ-จะเป็นไปได้อย่างไรที่กองกำลังชนกลุ่มน้อยจะทำการรบโดยไม่มีทุนทรัพย์? และทุนทรัพย์เหล่านี้จะมาจากไหนได้?

เช่น พอเกิดสงครามระหว่างไทยกับกัมพูชาและตามมาด้วยการพังรังสแกมเมอร์ที่จังหวัดใกล้ชายแดนไทย รวมถึงการที่กัมพูชาถูกกดดันให้ล้างบางรังสแกมเมอร์ภายในจังหวัดชั้นใน ทำให้สแกมเมอร์หนีตายอีกหน บ้างหนีไปอินโดนีเซียหรือศรีลังกา

แต่แล้วไม่ถึงปี พวกสแกมเมอร์ที่เมียนมาตะวันออกก็แผลงฤทธิ์อีกครั้ง

แม้ว่าจะมีข่าวเรื่องทางการไทยจับ "คนไทย" ที่ทำงานลากสายเคเบิลใยแก้วข้ามไปฝั่งเมียนมาตะวันออก แต่รังสแกมเมอร์แถวนั้นไม่จำเป็นจะต้องใช้สัญญาณโทรคมนาคมจากไทยเสมอไป เพราะหลังจากถูกกวาดล้างครั้งใหญ่ พวกสแกมเมอร์ก็เริ่มปรับตัว โดยหันมาใช้สัญญาณ Starlink ในการติดต่อกับโลกภายนอก และหลอกลวงคนในประเทศต่างๆ 

และอีกประการหนึ่ง ตอนนี้รังสแกมเมอร์ในรัฐกะเหรี่ยงปรับตัวด้วยการใช้รูปแบบอำพรางสองชั้น กล่าวคือ จะมีการสร้างรังสแกมเมอร์ที่ริมแม่น้ำชายแดนไทยส่วนหนึ่ง จุดนี้มักจะตกเป็นเป้าการกวาดล้างได้ง่าย ดังนั้น จึงมีการสร้างรังสแกมเมอร์อีกแห่งลึกเข้าไปในดินแดนชั้นในของรัฐกะเหรี่ยง ส่วนที่อยู่ลึกเข้าไปนี้จะทำหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการฉ่้อโอกงออนไลน์ที่แท้จริง

เพราะสภาพอันวุ่นวายของเมียนมา ทำให้เมียนมากลายเป็นระบบนิเวศที่เหมาะอย่างยิ่งในการสร้างฐานสแกมเมอร์ยิ่งกว่ากัมพูชาเสียอีก ถึงขนาดที่คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ระบุไว้ในรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าตอนนี้เมียนมาได้กลายเป็นหนึ่งในระบบนิเวศสแกมเมอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีการจัดตั้งในรูปแบบอุตสาหกรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สถานการณ์ที่พลิกผันนี้เกิดขึ้นแล้ว แต่คนไทยไม่ได้ตระหนัก เพราะมัวแต่โฟกัสที่กัมพูชา โดยที่กัมพูชาจะดีจะร้ายอย่างไรเสียก็กวาดล้างสแกมเมอร์ (แม้จะไม่พยายามลงไปถึงตัวการใหญ่ก็ตาม) แต่ไทยละเลยอันตรายที่เกิดขึ้นที่ชายแดนเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งหากินสำคัญของพวกสีเทาในไทยมาช้านาน ทั้งสีเทาในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ

โปรดอย่าลืมว่าก่อนที่ชายแดนไทยกับเมียนมาจะกลายเป็นอาณาจักรสแกมเมอร์เหมือนทุกวันนี้ ที่นั่นเคยเป็นแหล่งยาเสพติดอันดับต้นๆ ของโลกมาก่อน จนกระทั่งไม่กี่ปีมานี้ ยาเสพติดถูกแทนที่ด้วยการทำสแกมเมอร์ที่ลงทุนน้อยกว่าแต่มั่งคั่งกว่าและเสี่ยงกับกับถูกจับน้อยกว่า เพราะได้แต่ปักหลักในถิ่นของกองกำลังท้องถิ่นที่คอยคุ้มหัวให้ ไม่ต้อง "วิ่งยา" เหมือนสมัยก่อน  

ลองคิดดูแล้วกันครับ ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ที่ชายแดนไทยกับเมียนมา และผลประโยชน์ที่บางคนในไทยหากินกับพื้นที่นี้มานาน ใครที่คอยเลี้ยงสแกมเมอร์ในถิ่นนี้เอาไว้กันแน่?

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better 

Photo - ภาพที่ได้รับแจกมานี้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2025 และเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2025 โดยทีมข้อมูลข่าวสารกองทัพเมียนมา แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กองทัพเมียนมายืนอยู่ข้างอุปกรณ์ Starlink ซึ่งถูกยึดได้ระหว่างการบุกเข้าตรวจค้นศูนย์ฉ้อโกงออนไลน์ "KK Park" ในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา (Photo by HANDOUT / MYANMAR MILITARY INFORMATION TEAM / AFP)

TAGS: #ทุนเทา