เบื้องหลังสถานการณ์
- สำนักข่าว Reuters รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกา กำลังเตรียมที่จะแจ้งให้หลายสิบประเทศเลือกข้างเดียวกับสหรัฐญ ในเรื่องการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งในเวลานี้สหรัฐฯ กำลังขับเคี่ยวกับจีน โดยเตือนว่าประเทศใดก็ตามที่เข้าร่วมในกรอบความร่วมมือด้าน AI กับจีน จะถูกตัดออกจากพันธมิตร AI ที่นำโดยสหรัฐฯ
- ทั้งนี้ พันธมิตร AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่นำโดยสหรัฐฯ นั้น คือกลุ่มที่เรียกว่า Pax Silica มุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทานสำหรับเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์, AI และธาตุหายาก ขณะที่กลุ่มพันธมิตร AI และเซมิคอนดักเตอร์ที่นำโดยจีน คือกลุ่ม World Artificial Intelligence Cooperation Organization หรือ WAICO ซึ่งมุ่งเน้นการกำหนดรูปแบบการกำกับดูแล AI ระดับโลก การเสริมสร้างศักยภาพ และการพัฒนาโอเพนซอร์ส
สำนักข่าว Global Times ของจีนชี้ว่าแผนการของรัฐบาลสหรัฐฯ นั้นล้มเหลวไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะโลกของเรานั้นต้องอาศัย "กฎของเทคโนโลยีและความเป็นจริงของการพึ่งพาซึ่งกันและกันในระดับโลก" เนื่องจาก AI ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว มันเป็นผลผลิตจากความก้าวหน้าทางด้านคอมพิวเตอร์ทั่วโลก AI ขั้นสูงอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ตั้งแต่การผลิตชิปไปจนถึงข้อมูลและรหัสโอเพนซอร์สที่ใช้ในการฝึกฝนโมเดล การทำลายเครือข่ายระดับโลกนี้จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก แบ่งแยกตลาด ชะลอนวัตกรรม และขัดขวางความก้าวหน้าของทุกฝ่าย
"ข้อเสนอที่โหดร้ายแบบ "เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง" ดูว่างเปล่าและไร้สาระเมื่อพิจารณาจากหลักเศรษฐศาสตร์ที่แท้จริง เพราะทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับทุกประเทศไม่ใช่การ "เลือกข้าง" แต่เป็นการ "ลดความเสี่ยง" และ "ป้องกันความเสี่ยง" เมื่อนโยบายใดๆ บังคับให้ผู้เข้าร่วมทุกคนกระทำการขัดต่อผลประโยชน์หลักของตนเอง ชะตากรรมของนโยบายนั้น – ที่จะถูกลดทอน หลีกเลี่ยง หรือปฏิบัติตามเพียงแค่คำพูด – ก็ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว" Global Times กล่าว
ในทางตรงกันข้าม แผนการของสหรัฐฯ จะยิ่งเป็นตัวเร่งการเติบโตของระบบคู่ขนาน เพราะเป็นการเตือนไปยังประเทศต่างๆ ทัวโลกว่าระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ถูกครอบงำโดยมหาอำนาจเพียงรายเดียวนั้นไม่น่าเชื่อถือและสามารถถูกใช้เป็นอาวุธทางการเมืองได้ทุกเมื่อ ความไม่มั่นคงนั้นจะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทรงพลังที่สุดให้เกิดระบบทางเลือกอื่นๆ
ในขณะที่สหรัฐฯ พยายามผูกขาดความเป็นเจ้าของของโลก AI และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องนั้น Global Times ชี้ว่า ประเทศอื่นๆ พยายามสร้างอธิปไตยของตนในด้านนี้ เช่น จีนที่กำลังลงทุนมหาศาลในด้านพลังการประมวลผลพื้นฐาน เฟรมเวิร์กโอเพนซอร์ส และมาตรฐานพื้นฐานที่กำลังเผชิญกับแรงกดดัน ความปรารถนาของประเทศในซีกโลกใต้ที่จะมีห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีที่หลากหลาย และการแสวงหาอธิปไตยทางดิจิทัลของยุโรป
"พลังเหล่านี้จะมาบรรจบกันนอกกำแพงปิดล้อมกลายเป็นกระแสที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เมื่อระบบนิเวศเทคโนโลยีอิสระที่ได้รับการสนับสนุนจากจีนและมุ่งมั่นในความเปิดกว้างและความร่วมมือ ได้รับรากฐานที่มั่นคงแล้ว "พันธมิตร" ที่นำโดยสหรัฐฯ จะไม่เป็นป้อมปราการที่ปิดกั้นอีกต่อไป แต่จะเสื่อมถอยกลายเป็นเกาะที่ปิดล้อมตัวเองแทน" Global Times กล่าว
สื่อของจีนยังชี้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฐานะเทคโนโลยีพื้นฐานที่จะกำหนดอนาคตของเรา มีจุดมุ่งหมายเพื่อรับใช้ความเป็นอยู่ที่ดีร่วมกันของมวลมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นการรับมือกับความท้าทายด้านการปกครองสังคมที่เกิดจากภาพปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดย AI หรือ deepfakes การป้องกันความเสี่ยงจากระบบอาวุธไร้คนขับที่อาจควบคุมไม่ได้ หรือการปลดล็อกศักยภาพอันมหาศาลของ AI ในด้านการพยากรณ์สภาพอากาศ การค้นพบยา และวิทยาศาสตร์วัสดุ เราจำเป็นต้องมีผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดจากทั่วโลกมาร่วมมือกัน
ทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - พนักงานกำลังทำงานอยู่ภายในห้องปลอดเชื้อที่โรงงานผลิตของ AT&S ในเมืองเลโอเบน รัฐสไตเรีย ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2026 (Photo by KERSTIN JOENSSON / AFP)