เคยได้ยินชื่อ 'ไหวโรว' กันไหมครับ?
คนที่ชอบกำแพงเมืองจีนสักหน่อยคงจะทราบว่ามีส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองจีนที่เขตนี้ของกรุงปักกิ่ง และมีทิวทัศน์อันตระการตา เหมาะกับการเดินป่า ขึ้นเขา ชมวิวทิวทัศน์
ไหวโหรวมีระยะทางบนถนนราวหนึ่งชั่วโมงจากใจกลางปักกิ่ง มุ่งสู่พื้นที่ราบอันละลานตาด้วยไม้ดอก ทะเลสาบ ภูเขาสูง และแน่นอนในบางครั้งเราจะสามารถแลเห็นกำแพงเมืองจีนได้จากระยะไกล
แต่เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อดื่มด่ำกับทิวทัศน์
เรามาที่นี่เพื่อทำควาามรู้จักกับสถานที่ที่ปักกิ่งกำลังดึงดูด Talents จากทั่วประเทศและทั่วทุกมุมโลก
ทุกวันนี้หลายคนคงจะไม่สังเกตว่า 'Talents' (หรือ เหรินไฉ 人才) ดูเหมือนจะเป็นคำที่ใช้กันอย่างดาษดื่นในจีน
คำๆ นี้หมายถึงผู้มีความสามารถด้านต่างๆ แต่มักจะหมายถึงปรมาจารย์ด้านสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี คนหนุ่มสาวที่เรียนจบด้าน STEM
จีนกำลังดึงดูด Talents เหล่านี้ให้มาทำงานร่วมกัน เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ในนิคมเดียวกัน ซึ่งกำหนดให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์นวัตกรรม คนเหล่านี้จะถูกดึงเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อพื้นที่นั้นๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้พวกเขามากพอ นั่นไม่ได้หมายถึงบ้าน สวน โรงพยาบาล โรงเรียนสำหรับลูกๆ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ เท่านั้น
Photo - คณะผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่ และบุคคลากรต่างๆ กำลังชมการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับเมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรว
แต่มันหมายถึงระบบนิเวศที่เอื้อต่อการที่พวกเขาจะคิดค้นสิ่งใหม่ๆ และต่อยอดสิ่งที่คิดค้นขึ้นมาเป็นสิ่งประดิษฐ์ และจากสิ่งประดิษฐ์กลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญา
ไหวโหรวถูกเนรมิตขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์นั้น
ในฐานะที่เราเป็นคณะผู้สื่อข่าวจากกลุ่มประเทศ APEC เราได้รับเชิญให้ไปชมสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC อันยิ่งใหญ่ตระการตาที่ไหวโรวกันก่อน ที่นี่เป็นเจ้าภาพรับรองผู้นำระดับโลกในการประชุมเมื่อปี 2014 หลังจากนั้นก็ถูกใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมระดับโลกอีกจำนวนหนึ่ง เช่นการประชุม BRICS
หอประชุมอันโอ่โถง ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ ด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมจีน มันเป็นอาคารใหญ่และมีชายคาที่เชิดขึ้นราวกับนกยักษ์กำลังทะยานฟ้า ให้ความรู้สึกว่าสิ่งใดก็ตามที่ฟูมฟักอยู่ในรวงรังของไหวโรวจะมีแต่กระโจนขึ้นสูงจุดสูงสุด

Photo - สถานที่จัดการประชุม APEC ในเขตไหวโหรว เมื่อครั้งที่จีนเป็นเจ้าภาพ
น่าประหลาด ที่ภาพลักษณ์ของวิหคทะยานฟ้าของหอประชุมแห่งนี้ ยังคล้ายกับตราสัญลักษณ์ของการประชุม APEC ที่จีนเป็นเจ้าภาพในปีนี้ที่เมืองเซินเจิ้น อันเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่จีนเป็นเจ้าภาพ
ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งกล่าวว่า นับตั้งแต่จีนเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC ครั้งแรกที่จีนและต่อมาที่เซี่ยงไฮ้ ทั้งสองครั้งแรกนั้นจีนยังเป็น "ผู้ตาม" ของกระบวนเศรษฐกิจโลก
แต่ในปีนี้จีนได้กลายเป็นผู้นำไปแล้ว ไม่ใช่แค่ผู้นำของเศรษฐกิจโลก แต่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของโลก
นวัตกรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีการฟูมฟัก นั่นคือสถานที่อันเหมาะสม ประกอบไปด้วยระบบนิเวศที่เอื้อต่อการวิจัยและพัฒนา
เช่นกันกับบรรดา Talents มากมายที่ถูกดึงดูดให้มาที่อาณาบริเวณแห่งนี้ พวกเขามาที่นี่เพราะมันเป็นรวงรังที่ฟูมฟักนวัตกรรมได้อย่างดีเยี่ยม
นอกจากศูนย์ประชุมที่รองรับการประชุม APEC แล้ว ไหวโรวยังเป็นที่ตั้งของ Beijing Huairou National Comprehensive Science Center ซึ่งเขาบอกว่าเป็น "พื้นที่นวัตกรรมต้นตำรับระดับเวิร์ลด์คลาส"
เรียกมันสั้นๆ ว่า 'เมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรว' (Huairou Science City)
จากศูนย์ประชุมที่ริมทะเลสาบ เราเดินทางข้ามมายังพื้นที่จัดสรรใกล้ๆ กันสำหรับสร้าง 'นิคมของผู้มากความสามารถ' จากข้อมูลของผู้บริหารที่นี่ทำให้ทราบว่ามันไม่ใช่พื้นที่เล็กน้อย เพราะกินอาณาบริเวณถึง 100.9 ตารางกิโลเมตร

Photo - ส่วนหนึ่งของภาพมุมกว้างของเมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรว ซึ่งจัดแสดงที่กลุ่มอาคารด้านวิทยาศาสตร์แห่งหนึ่งในพื้นที่ดังกล่าว
ในบริเวณด้วยกันยังจัดพื้นที่เป็นศูนย์ประชุมนานาชาติ 21 ตารางกิโลเมตร และเมืองหลวงแห่งภาพยนต์ของจีน พื้นที่ 8.7 ตารางกิโลเมตร
แต่เราจะสนใจเฉพาะ 'เมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรว' เพราะมันจะทำให้เราเห็นอนาคตของจีนและจะเห็นว่าจีนกับประเทศ APEC จะใช้พื้นที่แบบนี้ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างไร
ครับ ปีนี้ในเดือนพฤศจิกายน จีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC และธีมของงานปีนี้คือ หนึ่ง การเปิดกว้าง สอง การสร้างนวัตกรรม และสาม คือ ความร่วมมือ
วันนี้เรามามาดู 'การเปิดกว้าง' เพื่อต้อนรับอัจฉริยะจากทั่วโลกมาที่ไหวโหรว และมาดูว่าคนที่ไหวโหรวเขา 'สร้างนวัตกรรม' กันอย่างไร เพื่อที่ประเทศของพวกเราจะร่วมมือผลักดันแนวทางที่จีนทำอยู่นี้ร่วมกันในอนาคต
'การเปิดกว้าง' เพื่ออ้าแขนรับคนเก่งๆ เข้ามาสร้างศูนย์กลางด้านนวัตกรรมร่วมกัน จะต้องมี 'บ้าน' เพื่อรองรับคำเหล่านั้น ซึ่งไม่ใช่แค่บ้านที่อยู่อาศัย หรือสิ่งอำนวยคามสะดวกสำหรับบางคนที่ต้องการทำธุรกิจที่
แต่บ้านในที่นี้หมายถึงสถาบันเทคโนโลยีแห่งต่างๆ ที่มาเปิดสาขาหรือศูนย์ปฏิบัติการที่ไหวโรว ไม่ใช่แค่แห่งสองแห่ง แต่นับสิบแห่ง
มี 'ห้องวิจัยระดับประเทศ' คือ Huairou lab
มี 'สถาบันวิจัยและพัฒนา' คือ BIMSA, BINN และสถาบันวิจัยสเตมเซลล์และเวชศาสตร์การฟื้นฟูแห่งปักกิ่ง
มี 'มหาวิทยาลัยระดับสูงที่เน้การวิจัย' คือ มหาวิทยาลัยสำนักวิทยาศาสตร์แห่งจีน, มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (สาขาด้านวิทยาศาสตร์ 3 แห่งอยู่ที่นี่) และมหาวิทยาลัยชิงหวา (สาขาด้านวิทยาศาสตร์ 1 แห่งอยู่ที่นี่)
และมี 'บริษัทเทคชั้นนำ' คือ CAM, AVIC และ China Aerospace Sciece and Technology Coporation

Photo - จอภาพแสดงการอธิบายความเป็นมาและความสำคัญของ HEPS
แต่ในบรรดา 'สถาบัน' เหล่านี้ หัวใจสำคัญแห่งนวัตกรรม คือ แหล่งกำเนิดโฟตอนพลังงานสูง (High Energy Photon Source หรือ HEPS) เป็นอภิมหาโครงการในการพัฒนาการแผ่รังสีซิงโครตรอน (Synchrotron radiation) ยุคที่สี่แห่งแรกของจีน สามารถเร่งเอเล็กตรอนใกล้ความเร็วระดับแสง และเป็นแหล่งซิงโครตรอนที่สว่างที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
เรื่องนี้สำคัญอย่างไร?
มันคือ break through ของการสร้างแกนหลักของเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์อายุของแบตเตอรี่ ซึ่งเรื่องสำคัญอย่างมากในฐานะที่จีนกำลังเป็นหัวหอกของการพัฒนาแบตเตอรี่ในการตอบสนองยุคสมัยแห่งพลังงานใหม่
นี่คือการตอบสนองความจำเป็นทางยุทธศาสตร์ของชาติจีน เพราะ HEPS ยังเป็นหมายหลักสำคัญในการแข่งขันกับ APS ของสหรัฐฯ และ EFRS ของยุโรป และ PETRA-III ของเยอรมนีที่เป็นเทคโนโลยีเดียวกัน
HEPS ใช้เงินลงทุนถึง 4.76 พันล้านหยวน กินพื้นที่ถึง 65 เฮกตาร์ นี่คือหนึ่งในเนื้อหาสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 13 สำหรับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญ ตลอดจนเป็นแพลตฟอร์มสนับสนุนที่สำคัญสำหรับการวิจัยนวัตกรรมดั้งเดิมและก้าวล้ำในสาขาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิศวกรรมศาสตร์ และสาขาอื่นๆ
ที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ Huairou lab ซึ่งก่อตั้งในปี 2021 มีนักวิชาการมากมายร่วมกันบัญชาการ เน้นที่การสร้างระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ ที่ปลอดภัย และสะอาด ตามเป้าหมายทำให้การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์

Photo - จอภาพแสดงแผนผังพื้นที่ของเมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรวและข้อมูลจำเพาะ จัดแสดงที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ภายในพื้นที่
BIMSA ก่อตั้งในปี 2020 นำโดย ชิวเฉิงถง (Shing-Tung Yau) นักคณิตศาสตร์ระดับโลกชาวอเมริกันเชื้อสายจีน อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและชิงหวา BIMSA เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ระดับโลก เพราะคณิตศาสตร์คือรากฐานสำคัญของการสร้าง break through ของวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ตั้งแต่ ฟิสิกส์ AI ไปจนถึง Data sciecne
การมีอยู่ BIMSA ที่เมืองวิทยาศาสตร์แห่งนี้เพียงพอแล้วที่จะรับประกันว่า คนมากความสามารถ สถาบัน และบริษัทต่างๆ จะไม่ขาดแคลน "หัวใจ" ที่หล่อเลี้ยงระบบการคิดค้นนวัตกรรมของพวกเขา
ไม่เพียง ชิวเฉิงถงเท่านั้นที่เป็น 'กัปตัน' ของสถาบันต่างๆ ในไหวโหว ที่นี่ยังเป็น 'ชุมนุมมังกรซ่อนพยัคฆ์' ของวงการวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง เพราะมีทั้ง เฉิงเหอผิง (Cheng Heping) ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง แห่งคณะเทคโนโลยีอนาคต ผู้ทุ่มเทให้กับการวิจัยในสาขาการส่งสัญญาณแคลเซียมและชีวการแพทย์ของไมโตคอนเดรียมาอย่างยาวนาน รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ระดับสูงด้วยตนเอง
ฟางจง (Fang Zhong) นักฟิสิกส์ทฤษฎีและผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์ สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีนคนปัจจุบัน และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฟิสิกส์สสารควบแน่นแห่งชาติปักกิ่ง หวางชื่อ (Wang Chi) ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศแห่งชาติ สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศจีน (CAS) หวางอี๋ฟาง (Wang Yifang) ผู้อำนวยการสถาบันฟิสิกส์พลังงานสูง (IHEP) แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์จีนในปักกิ่ง และเป็นที่รู้จักจากผลงานด้านฟิสิกส์นิวตริโน

Photo - การจัดแสดงนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรว
ยังมี หวางจงหลิน (Zhong Lin Wang) นักฟิสิกส์ นักวิทยาศาสตร์วัสดุ และวิศวกรชาวจีน-อเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์พลังงาน และอิเล็กทรอนิกส์ และได้รับรางวัล Albert Einstein World Award of Science ในปี 2019 และได้รับการยกย่องว่าเป็น 'บิดาแห่งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดนาโน'
ยังมี เฌราด์ อัลแบร์ มูรู (Gérard Albert Mourou) นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสและผู้บุกเบิกในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและเลเซอร์ เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ในปี 2018 ร่วมกับดอนนา สตริคแลนด์ จากการคิดค้นเทคนิคการขยายพัลส์แบบชิป (chirped pulse amplification) ซึ่งต่อมาถูกนำไปใช้ในการสร้างพัลส์เลเซอร์ที่มีความยาวพัลส์สั้นมากและมีความเข้มสูงมาก
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่มารวมตัวกันอยู่ไหวโหรว
แน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไหว่าการมีอยู่ของสถาบันวิจัยและคณะวิชาการต่างๆ ที่ไหวโหรว การหล่อเลี้ยงสตาร์ทอัพด้านเทคก็เป็นองค์ประกอบสำคัญ

Photo - บรรยากาศการทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งของพื้นที่เมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรว
เรามีโอกาสได้เยี่ยมเยือนสตาร์ทอัพเหล่านี้บางแห่ง และได้พูดคุยกันผู้ก่อตั้งและพนักงานบางคน ทำให้ทราบว่า บางบริษัทก็มีแนวคิดเรื่องการสรรหา Talents ที่เป็นคนหนุ่มสาวมาร่วมงานอย่างจริงจัง บางบริษัทมีกระบวนการคัด Talents อย่างเป็นระบบ ทำให้ในองค์กรมีพนักงานที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกหลายคน
บริษัทเหล่านั้นจึงมีพลังของการสร้างสรรของคนรุ่นใหม่อย่างเต็มเปี่ยม
เราได้เห็นว่าสิ่งประดิษฐ์บางอย่างนั้นแม้จะดูไม่ออกว่าทำงานอย่างไร แต่คนไม่รู้ประสาด้านเทคโนโลยีอย่างพวกเราก็เข้าใจได้ในที่สุดหลังจากซักถามว่า สิ่งนั้นคือรากฐานสำคัญในช่วยสร้างเซมิคอนดักเตอร์ในจีน
Multifields บริษัทที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วแห่งนั้นในไหวโหรวที่อัดแน่นด้วยคนหนุ่มสาว ร่วมกันอุปกรณ์เล็กๆ ที่จะลดแรงสั่นสะเทือนและกำหนดความแม่นยำระดับนาโนนั้นขึ้นมาไม่ใช่เพื่ออำนวยความสะดวกในการผลิตระดับจิ๋วถึงจิ๋วที่สุดเท่านั้น เพราะความแม่นยำระดับนาโนของอุปกรณ์นี้จะทำให้การผลิตชิปขั้นสุดยอดโดยองค์ความรู้ของจีนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ในที่สุด

Photo - พนักงานของ Multifields กำลังอธิบายให้ผู้สื่อข่าวฟังถึงแนวทางการคัดเลือก Talents มาทำงานกับบริษัทของเขา
ผู้บริหารของสตาร์อัพแห่งนี้บอกว่า พวกเขาเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นในบรรดาบริษัทมากมายในจีนที่ช่วยกันพัฒนาเซมินคอนดักเตอร์ แต่ผมได้ซักถามถึงความได้เปรียบทางธุรกิจที่พวกเขามี ทำให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขามีความเหนือกว่าในแง่ "ซื้อหนึ่งได้สอง" ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์นี้แต่เดิมต้องซื้อสองชิ้นจากสองแห่ง แต่พวกเเขาทำมันได้ในชิ้นเดียว! ในแง่นี้ไม่เพียงสามารถยืนหยัดเทียบได้กับคู่แข่งในยุโรปและญี่ปุ่น แต่ผมยังเห็นว่ายังอาจจะล้ำหน้าไปแล้วด้วยซ้ำ
เราได้เห็นแล้วว่า เมื่อ Talents มาอยู่ร่วมกัน มันจะสร้างอะไรที่คนคาดไม่ถึงแบบนี้?
และไหวโหวมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้ Talents มาอยู่ร่วมกันเพื่อ คิด คิด และคิดค้น อย่างเดียว โดยไม่ต้องกังวลว่าชีวิตของพวดเขาจะต้องวุ่นวายกับเรื่องจิปาถาะด้วยซ้ำ เพราะที่นี่มีบริการแบบ one-stop service เพื่อรับรอง Talents โดยเฉพาะ เช่น บริการใบอนุญาตการทำงานสำหรับชาวต่างชาติ และการออกวีซ่าผู้พักอาศัยถาวรในจีน โดยรวมแล้วที่นี่ให้บริการแบบ full-life cycle นั่นคือดูแลครบวงจรชีวิต
เมื่อเข้าไปในศูนย์ใกล้บริการ ผมมองเห็นคำขวัญของศูนย์ที่กล่าวว่า put people first offer attentive sevice

Photo - คำขวัญของศูนย์บริการผู้มากความสามารถในเมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรว ที่กล่าวว่า put people first offer attentive sevice
คำขวัญนี้ตอบคำถามๆ หนึ่งได้ว่าทำไมจีนถึงดึงดูดผู้มากความสามารถได้อย่างไม่ขาดสาย ไม่ใช่เพราะระบบนิเวศทางนวัตกรรมที่เพียบพร้อมเท่านั้น แต่เพราะพวกเขา "ใส่ใจ" ในการต้อนรับและดูแลคนเหล่านี้ในฐานะ "สมบัติของชาติ"
ปัจจุบัน ไหวโหรวมี Talents นับหมื่นคน
เฉพาะจำนวนนักวิจัยที่นี่มีมากถึง 26,000 คน
ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกของสำนักวิทยาศาสตร์แห่งจีน (CAS) และสำนักวิศวกรรมศาสตร์แห่งจีน (CAE) ถึง 98 คน ซึ่งถือเป็นปัปตันและไต้ก๋งของเมืองวิทยาศาสตร์
และยังมีนักวิจัยชาวต่างชาติอีก 712 คน
ไหวโหรวอาจจะเป็นเมืองใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับ Talents ในยุคร่วมสมัยก็จริง
แต่หากมองย้อนกลับไปในอดีตไม่นานที่ผ่านมา ที่นี่ในปี 1958 ถูกเลือกให้เป็นที่ตั้งของศูนย์วิจัยและทดสอบจรวด ของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งจีน (CAS)
จากนั้นเส้นทางของเมืองวิทยาศาสตร์แห่งไหวโหรวก็เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมันเดินมาถึงจุดที่เป็นชุมชนของคนสร้างนวัตกรรมอย่างแท้จริง
จีนไม่ได้หยุดแค่นี้ แต่ตั้งเป้าว่าในปี 2035 เมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรวจะต้องเป็นศูนย์รวมของสาธารณูปโภคและห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์แห่งหลักระดับโลก และจะต้องเป็นเมืองอัจรฉริยะที่เป็นจุดกำเนิดขอบนวัตกรรมชั้นนำ
และภายในปี 2025 เมืองวิทยาศาสตร์ไหวโหรวจะต้องสร้างการคิดค้นทางวิทยาศาสตร์และความสำเร็จทางเทคโนโลยีที่ทรงอิทธิพลระดับโลก สร้างกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลระดับโลกด้วย
เขามีรากฐานอันยาวนานและตั้งเป้าหมายไว้ไกลถึงเพียงนั้น
พวกเราจากประเทศสมาชิก APEC รู้สึกทึ่งกับวิสัยทัศน์ที่จีนวางไว้และทำมันให้เป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็วและแน่นอน
ความอัตราความเร็วการสร้างนวัตกรรมของจีนที่เราได้ประจักษ์ที่ไหวโหรว ประเทศอื่นๆ คงได้แต่มองตาค้าง
แต่เพราะพวกเราคือ APEC และหนึ่งในสิ่งที่จีนประกาศผ่านคำเชื้อเชิญในปีนี้ก็คือ "ความร่วมมือกัน" หากเจ้าภาพยืนยันหนักแน่นเช่นนี้ ประเทศไหนที่คิดจะเดินไปร่วมกันกับจีนบนเส้นทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์ คงเชื่อได้ว่าจีนจะไม่ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย
สำหรับการเยือนไหวโหรว นี่คือโอกาสที่หาได้ยากในการเข้าไปใกล้ชิดแหล่งบ่มเพาะ Talents ระดับโลกแบบนี้ ผมจึงหวังว่ารายงานนี้จะช่วยเปิดหูเปิดตาคนไทยให้มากขึ้นเกี่ยวกับการกำหนดสถานะและเป้าหมายการสร้างนวัตกรรมของจีน และสิ่งที่เราควรคาดหวังจากความร่วมมือกับจีน
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เราต้องรู้จักจีนให้ลึกซึ้ง เมื่อรู้แล้วว่าจีนก้าวอย่างรวดเร็วเพียงใด เราจะได้ถามตัวเองได้อย่างถูกต้องว่า "โลกที่มีจีนเป็นผู้นำทางวิทยาศาสตร์ ไทยเราจะอยู่ในตำแหน่งใดในโลกนั้น?"
บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better