ทั้งรัฐบาลและสื่อของกัมพูชาดำเนินการอย่างพร้อมเพรียงในการทำ'สงครามข้อมูลข่าวสาร' โดยการไม่ยอมรับว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายโจมตีไทยก่อนและยังใช้ข่าวปลอมตอบโต้กลับฝ่ายไทย ตัวอย่างเช่น การอ้างรายงานสื่อต่างประเทศแบบผิดๆ เพื่อที่จะกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายกระทำการรุนแรงก่อน
เหตุมาจาก CNN สำนักข่าวชั้นนำของโลกเผยแพร่บทความเมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยมีพาดหัวข่าวว่า "Thailand launches airstrikes on Cambodia as Trump's peace agreement hang in balance."
สื่อกัมพูชาหยิบพาดหัวข่าวนี้มาโดยบอกว่า "ในบทสรุปของบทความ CNN เขียนว่าประเทศไทยได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อกัมพูชาเมื่อวันจันทร์" โดยพยายามหลีกเลี่ยงข้อความหลักของข่าวในลำดับต่อมาว่า “กัมพูชาได้ระดมอาวุธหนัก ปรับตำแหน่งหน่วยรบ และเตรียมหน่วยสนับสนุนการยิง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้อาจยกระดับการปฏิบัติการทางทหารและก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อพื้นที่ชายแดนไทย” แถลงการณ์ของกองทัพอากาศไทยระบุ" และ "เจ้าหน้าที่ทหารไทยกล่าวว่าการโจมตีทางอากาศดังกล่าวเป็นการตอบโต้การโจมตีเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต"
ข้อความที่ตามมานี้ถูกละทิ้งไปเพราะจะทำให้ "สงครามข่าวเท็จ" ของกัมพูชากลายเป็นเรื่อง "โม้แต่ฝ่ายเดียว" ในทันที
จากนั้นก็ทำการตัดทอนข่าวให้ตัวเองเป็นฝ่ายถูกต้อง การทำแบบนี้ก็เพื่อหวังผลให้ประชาชนกัมพูชาเชื่อว่า "สื่อต่างประเทศเข้าข้างกัมพูชา"
ในเรื่องนี้รัฐบาลไทยจะปล่อยปละละเลยไม่ได้ เพราะแม้เนื้อหาข่าวของสื่อต่างประเทศจะบอกว่านี่เป็นการตอบโต้ของฝ่ายไทยต่อการปะทะกับกัมพูชาจนมีทหารไทยเสียชีวิต แต่การรายงานของสื่อต่างประเทศโดยใช้หัวข้อข่าวแบบนี้ "ไม่เป็นผลดีต่อไทย" ในสายตาชาวโลก
นี่คือสงครามข้อมูลข่าวสารในแนวรบ "สื่อต่างประเทศ" ที่ต้องเร่งรับมือโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมกัมพูชาประกาศเมื่อเช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2568 โดยอ้างว่า แถลงการณ์จากเว็บไซต์ทางการของกองทัพไทยและสื่อบางสำนักของไทยที่ว่ากัมพูชาได้เปิดฉากโจมตีเชิงป้องกันและใช้อาวุธหนักตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยนั้น "เป็นข้อมูลเท็จ" และใส่ความว่ากองกำลังทหารไทยเริ่มโจมตีกองกำลังทหารกัมพูชาในเช้าวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 05.00 น.โดยสื่อกัมพูชาได้รายงานข่าวนี้อย่างพร้อมเพรียงโดยไม่มีการตรวจสอบหรือถ่วงดุลข้อมูลแต่อย่างใด
พร้อมกันนี้ กระทรวงกลาโหมกัมพูชายังโกหกว่า "การกระทำนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพไทยได้ดำเนินการยั่วยุหลายครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ที่พลานธมเมื่อวานนี้ โดยมีเจตนาที่จะยุยงปลุกปั่นให้เกิดการปะทะ"
พร้อมทำภาพประกอบที่นำภาพแถลงข่าวของรัฐบาลและกองทัพไทยมากองรวมกัน จากนั้นโพสต์คำว่า Fake News เพื่อทำลายความชอบธรรมของฝ่ายไทย ซึ่งแม้จะเป็นงานของ "รัฐบาลรัฐสแกมเมอร์" ซึ่งไม่มีความน่าเชื่อถือ แต่สื่อกัมพูชาก็ไม่เคยรายงานข่าวของทางการไทยเลยในลักษณะของการถ่วงดุลข่าว แต่สนองงานของรัฐบาลกัมพูชาด้วยการรับงาน กระจาย "ข่าวปลอมยิ่งกว่าปลอม" ของรัฐบาลโดยไม่ตั้งคำถาม
นี่คือลักษณะของการกระจายข่าวปลอมของรัฐบาลกัมพูชาและสื่อกัมพูชากระทำมาโดยตลอด นั่นคือ 'สงครามข้อมูลข่าวสาร' ที่เป็นข้อมูลเท็จเพื่อกลบเกลื่อนการกระทำของตนเอง
หากจะลองวิเคราะห์สถานการณ์กันดู ก็จะทราบว่าไทยอยู่ในสถานะได้เปรียบทางการทูตอย่างชัดเจน เพราะเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมการการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ครั้งที่ 22 ณ นครเจนีวา และได้เปิดโปงการกระทำอันต่ำช้าของกัมพูชาที่เข้าวางทุ่นระเบิดในดินแดนของไทย โดยมีวิดีโอคลิปเผยให้ผู้แทนจากทั่วโลกได้รับชมความจริงอย่างชัดเจน ทำให้ฝ่ายกัมพูชาร้อนรนจนขอประท้วงแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ
ชัยชนะทางการทูตของไทยที่นครเจนีวา เป็นเครื่องยืนยันว่าไทยปฏิบัติตามกติกาสากลและได้รับการยอมรับในเวทีสากล ขณะที่กัมพูชามีอาการนั่งไม่ติดและพ่ายแพ้อย่างชัดเจน ดังนั้น ไม่มีเหตุผลที่ฝ่ายไทยจะดำเนินการโจมตีก่อนอย่างที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้โกหกไป ตรงกันข้าม กัมพูชาเสียอีกที่มีเหตุปัจจัยที่จะต้อง "แก้หน้า" เพราะแพ้ทางการทูต
ดังนั้น รัฐบาลกัมพูชาจึงตระเตรียมข้อมูลอันเป็นเท็จเพื่อหวังที่จะกล่าวไทยโดยเฉพาะ ทั้งๆ ที่ไทยไม่มีเหตุผลที่จะกระทำการโจมตีกัมพูชาเลย การตระเตรียมข้อมูลเท็จนี้เป็นปฏิบัติการที่ทำโดยรัฐบาลและสื่อกัมพูชาพร้อมๆ กัน เพราะเป็นองคพายพเดียวกัน เนื่องจากจากสื่อทั้งหมดอยู่ในการควบคุมของรัฐบาลหรือคนในเครือข่ายตระกูลฮุน
เบื้องต้นข่าวปลอมจากสงครามข้อมูลข่าวสารของกัมพูชาเล็งไปที่ประชาชนของตนเท่านั้น เพื่อปิดหูปิดตาประชาชนไม่ให้รับทราบความจริงและข้อมูลจากฝ่ายไทย
แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือ กัมพูชาอาจใช้ข้อมูลเท็จเหล่านี้กระจายเป็นข่าวปลอมในระดับสากล รัฐบาลจึงควรจะเร่งตั้ง "วอร์รูม" เพื่อตชจัดการกับสงครามข้อมูลข่าวสารให้ดี ไม่ให้เหมือนคราวก่อนที่ปล่อยให้กัมพูชาใช้ข่าวปลอมเล่นงานไทยในทุกด้าน จนไทนแพ้ในสงครามข้อมูลข่าวสารในระดับรากหญ้า
บทวิเคราะห์โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better