การกลับมาของ 'พ่อค้าความตาย' วิกเตอร์ บูท นายหน้าจัดอาวุธรัสเซียให้กลุ่ม'ฮูตี'

การกลับมาของ 'พ่อค้าความตาย' วิกเตอร์ บูท นายหน้าจัดอาวุธรัสเซียให้กลุ่ม'ฮูตี'

ชื่อของ วิกเตอร์ บูท (Viktor Bout) เคยทำให้ประเทศไทยเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อ 16 ปีก่อน ตอนที่เขาถูกจับกุมตัวที่กรุงเทพฯ ในปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2551 ตามหมายจับของตำรวจสากล ด้วยข้อหาขนส่งอาวุธสงครามให้กับขบวนการค้ายาเสพติดในโคลอมเบีย ต่อมาศาลอุทธรณ์ไทยมีคำสั่งให้ส่งตัว วิกเตอร์ บูท ไปดำเนินคดีที่สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2553 แต่การจับตัวและส่งตัว วิกเตอร์ บูท ในครั้งนั้นเกือบจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียต้องสั่นคลอนไป เพราะมันเกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ และการสั่นคลอนอิทธิพลของ วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการค้าอาวุธของเขาและการแผ่อิทธิพลของรัสเซียผ่านการค้านี้

เบื้องหลังของ วิกเตอร์ บูท คือสถานะการเป็นพ่อค้าอาวุธ เป็นผู้ผลิตอาวุธ เขาใช้บริษัทต่างๆ ของเขาในการลักลอบขนอาวุธจากยุโรปตะวันออกไปยังแอฟริกาและตะวันออกกลางในช่วงทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 จนได้รับฉายาว่า "พ่อค้าความตาย" (Merchant of Death) 

วิกเตอร์ บูท  เคยรับราชการในกองทัพโซเวียตมาก่อน แต่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับอาชีพทหารของเขา ยกเว้นว่าเขาสำเร็จการศึกษาจากสถาบันภาษาต่างประเทศของกองทัพโซเวียต เขาสามารถพูดได้หลายภาษาและเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ 5 ภาษา ได้แก่ โปรตุเกส อังกฤษ ฝรั่งเศส อาหรับ และเปอร์เซีย ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นทักษะสำคัญในการติดต่อทำธุรกิจอาวุธกับประเทศและกลุ่มต่างๆ ทั่วโลก

และการที่เขาเคยเป็นอดีตสมาชิกกองทัพโซเวียต ทำให้ วิกเตอร์ บูท สามารถเข้าถึงการซื้ออุปกรณ์ทางทหารส่วนเกินของยุคโซเวียตเพื่อนำไปขายยังประเทศและกลุ่มต่างๆ ที่ทำสงครามกัน โดยเฉพาะในแอฟริกา ความเจนจัดในเรื่องการค้าใต้ดินของเขา ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "มือปราบการคว่ำบาตร" เนื่องมาจากเขามีส่วนสนับสนุนการละเมิดการคว่ำบาตรอาวุธของสหประชาชาติในประเทศทางแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ แองโกลา ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

นอกจากนี้  วิกเตอร์ บูท ยังบินไปอัฟกานิสถานบ่อยครั้งในช่วงทศวรรษที่ 90 และต้นทศวรรษที่ 2000 โดยอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มตอลิบานและอัลกออิดะห์ และเขายังอาจเกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองหลังการล่มสลายของยูโกสลาเวียอีกด้วย แต่ที่สำคัญคือ ในช่วงทศวรรษที่ 2000 สงครามต่อต้านการก่อการร้ายได้ระเบิดขึ้น และเขาอาจได้รับผลกำไรมหาศาลจากการจัดหาอาวุธให้กลุ่มเหล่านี้เช่น มีรายงานว่าเครือข่ายของเขาจัดส่งขีปนาวุธพื้นสู่อากาศไปยังเคนยาให้กับกลุ่มอัลกอดะห์เพื่อใช้โจมตีเครื่องบินโดยสารของอิสราเอลระหว่างขึ้นบินในปี 2545

มีรายงานว่ามีคนเห็น วิกเตอร์ บูท พบปะกับเจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนระหว่างช่วงก่อนสงครามเลบานอนในปี 2549 

การค้าความตายเหล่านี้ ทำให้ วิกเตอร์ บูท ตกเป็นเป้าการจับกุมของประเทศต่างๆ เช่น เบลเยี่ยม ไปจนถึงสหรัฐฯ ที่ประสานงานไปยังตำรวจสากล จนกระทั่ง สหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการระยะยาวเพื่อจับตัวเขาโดยอาศัยหมายจับของตตำรวจสากล จนกระทั่งจับตัวได้ที่ไทยโดยตรวจไทย และในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 วิกเตอร์ บูท ถูกส่งตัวจากประเทศไทยไปยังสหรัฐอเมริกา โดยมีการประท้วงจากรัฐบาลรัสเซียที่ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และกล่าวว่าการตัดสินของศาลไทยนั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง ส่วนในไทยเองก็มีการถกเถียงกันว่าปฏิบัติการนี้ทำให้ไทยตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของสหรัฐฯ เพื่อบ่อนทำลายรัสเซียหรือไม่? 

หลังจากถูกจับได้ที่ไทยแล้ว ต่อมาในปี 2554 วิกเตอร์ บูท ถูกตัดสินโดยคณะลูกขุนที่ศาลรัฐบาลกลางในแมนฮัตตันในข้อหาสมคบคิดเพื่อสังหารพลเมืองและเจ้าหน้าที่อเมริกัน ส่งมอบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน และให้ความช่วยเหลือองค์กรก่อการร้าย เขาถูกตัดสินจำคุกขั้นต่ำ 25 ปี ตั้งแต่ปี 2555  ถึง 2565 วิกเตอร์ บู ถูกคุมขังที่เรือนจำสหรัฐอเมริกาในเมืองแมเรียน

แต่ในปี 2565 เขาได้รับการปล่อยตัวจากการแลกเปลี่ยนนักโทษกับ บริตตานีย์ ไกรเนอร์ (Brittney Griner) นักบาสเก็ตบอลหญิงชาวอเมริกัน ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 9 ปีในเดือนสิงหาคม 2022 ในข้อหานำน้ำมันกัญชา 0.7 กรัมเข้าไปในรัสเซีย โดยรวมแล้ว วิกเตอร์ บูท รับโทษจำคุก 10 ปีในสหรัฐฯ ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวในเดือนธันวาคม 2565

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2565 วิกเตอร์ บูท ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว RT ของรัสเซียโดยเขาได้กล่าวว่าเขาไม่คิดว่าเขามีความสำคัญต่อการเมืองของรัสเซีย แต่ต่อมา วิกเตอร์ บูท ได้เข้าร่วมพรรคเสรีประชาธิปไตยแห่งรัสเซีย (LDPR) และเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2566 วิกเตอร์ บู ได้รับการเสนอชื่อให้ลงสมัครชิงที่นั่งในสภานิติบัญญัติของเขตอุลยานอฟสค์ในฐานะสมาชิกของ LDPR ซึ่งในท้ายที่สุดเขาก็ได้รับชัยชนะ

แต่ชื่อของ วิกเตอร์ บูท วัย 57 ปี ได้รับความสนใจอีกครั้งในระดับการเมืองโลก โดยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2567 The Wall Street Journal สื่อของสหรัฐฯ รายงานว่าวิกเตอร์ บูท ได้กลับมาค้าอาวุธอีกครั้งและกำลังหารือกับกลุ่มฮูตี เกี่ยวกับการขายอาวุธขนาดเล็กสำหรับใช้โจมตีการเดินเรือในทะเลแดงของกลุ่มนี้ โดยเชื่อว่าเขากลัมาค้าอาวุธอีกครั้ง โดยได้รับความยินยอมจาก วลาดิมีร์ ปูติน โดยมีเงื่อไขว่า หากข้อตกลงด้านอาวุธกับกลุ่มฮูตีขัดต่อผลประโยชน์ของรัสเซีย รัสเซียก็จะควบคุมเขาไว้

The New York Times  รายงานว่า รัสเซียได้พยายามทำข้อตกลงด้านอาวุธกับกลุ่มฮูตีหลายครั้ง และการเจรจาระหว่าง วิกเตอร์ บูท กับกลุ่มฮูตีไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงเดียวที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่อาจเป็นข้อตกลงที่อาจส่งอาวุธขนาดเล็กให้กับกลุ่มฮูตี โดยที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายตะวันตกเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัสเซียและผู้ค้าอาวุธรายอื่นๆ มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงที่อาจจะส่งขีปนาวุธจากรัสเซียไปยังกลุ่มฮูตี

The New York Times ชี้ว่า "อาวุธที่ทันสมัยและแม่นยำยิ่งขึ้นในมือของกลุ่มฮูตีจะทำให้พวกเขาสามารถโจมตีอิสราเอลได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และโจมตีเรือในทะเลแดงได้" ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่จับตากันว่าอาวุธเหล่านี้จะถูกจัดหาให้โดย วิกเตอร์ บูท จริงหรือไม่? และหากเป็นจริงจะมีแสนยานุภาพขนาดไหน? 

เบื้องต้นนั้น เจ้าหน้าที่ตะวันตกที่เปิดเผยเรื่องนี้กล่าวว่ายังไม่มีการเคลื่อนย้ายอาวุธหรือขีปนาวุธใดๆ แต่ วิกเตอร์ บูท ยังคงประสานงานข้อตกลงกับกลุ่มฮูตีอยู่

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า รัฐบาลรัสเซียกำลังดำเนินการอย่างช้าๆ และกำลังส่งสารถึงตะวันตกด้วยการเจรจากับกลุ่มฮูตี เจ้าหน้าที่ตะวันตกกล่าวว่าหากอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือสหรัฐฯ อนุมัติการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลมายังรัสเซียโดยยูเครน รัสเซียก็มีแนวโน้มที่จะทำข้อตกลงกับกลุ่มฮูตีให้เสร็จสิ้น "ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การยกระดับความตึงเครียดที่มุ่งกดดันตะวันตกโดยไม่ทำให้รัสเซียปะทะโดยตรงในสงครามกับสหรัฐฯ" จากการระบุของ The New York Times

โดยสรุปแล้ว เจ้าหน้าที่ตะวันตกเชื่อว่าการที่มีชื่อของ วิกเตอร์ บูท ไปเกี่ยวข้องกับ ฮูตี และการเจรจาใหญ่กว่านี้กับกลุ่มฮูตีโดยรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัสเซียมที่จะเพิ่มความตึงเครียด หากสหรัฐและพันธมิตรให้การสนับสนุนยูเครนมากขึ้น

หลังจากที่ชาติตะวันตกสนับสนุนอาวุธให้กับยูเครนทำการโจมตีรัสเซียมากขึ้น จนถึงกับที่รัสเซียต้องออกปากเตือนว่าห้ามมีอาวุธตะวันตกล้ำเข้ามาในดินแดนของรัสเซีย ด้วยเหตุนี้  เจ้าหน้าที่ฝ่ายตะวันตกที่เปิดเผยเรื่อง วิกเตอร์ บูท กับสื่อจึงชี้ว่า รัสเซียจึงกำลังพิจารณาทำการสงครามในวงกกว้างขึ้นโดยการช่วยเหลือกลุ่มต่างๆ ที่เป็นปฏิปักษ์กับตะวันตก เช่น กลุ่มฮูตี หากรัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกข้อจำกัดการใช้อาวุธที่ผลิตในอเมริกาให้ยูเครนใช้โจมตีรัสเซีย

Photo - วิกเตอร์ บูท เข้าร่วมการประชุมก่อนการเลือกตั้งของพรรค LDPR ในมอสโกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 (ภาพโดย NATALIA KOLESNIKOVA / AFP)

TAGS: #ViktorBout #Houthi