อพยพไปเมืองนอกแต่อยู่ไม่ไหว เลยต้องเผ่นออกมา นี่คือปรากฏการณ์ 'Reverse immigration' 

อพยพไปเมืองนอกแต่อยู่ไม่ไหว เลยต้องเผ่นออกมา นี่คือปรากฏการณ์ 'Reverse immigration' 

ขณะนี้กำลังเกิดปรากฏารณ์ที่เรียกว่า 'Reverse immigration'  หรือการอพยพย้อนกลับ ในประเทศพัฒนาแล้วซึ่งเคยเป็นจุดหมายปลายทางของผู้อพยพจากทั่วโลกมาก่อน แต่เพราะปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรง การขาดแคลนที่ที่อยู่อาศัย ของแพง แ ละปัญหาว่างงาน ทำให้ผู้อพยพ 'หันหลังกลับ' นั่นคืออพยพออกจากประเทศดังกล่าว เพราะประเทศแห่งนั้นไม่ใช่ดินแดนแห่งความฝันสำหรับพวกเขาอีกต่อไป

ตัวอย่างเช่น แคนาดา เกิดปรากฏการณ์อพยพย้อนกลับ หรือผู้อพยพเผ่นหนีออกไป เนื่องจากเศรษฐกิจของแคนาดาย้ำแย่อย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนที่พักอาศัยและราคาบ้านที่สูงจนน่าตกใจ ทำให้หลายคนทนอยู่ต่อไปอีกไม่ไหว ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ปี 2023 และในปีนั้นเองผลการวิจัยจากสถาบันเพื่อการเป็นพลเมืองแคนาดา (Institute for Canadian Citizenship) และที่ประชุมคณะกรรมการแห่งแคนาดา (Conference Board of Canada) เตือนว่าผู้อพยพกำลังออกเดินทางมากขึ้นเพื่อโอกาสที่ดีกว่า

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 สำนักข่าว CTVNews.ca ได้พูดคุยกับผู้อพยพหลายสิบคน ซึ่งพวกเขากล่าวว่า กล่าวว่าค่าครองชีพที่สูง การแข่งขันกันแย่งงาน และที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง กดดันให้พวกเขาต้องหาหนทางย้ายออกไปจากแคนาดา

ผู้อพยพรายหนึ่งซึ่งตอนนี้ได้เป็นพลเมืองแคนาดาแล้ว ได้กล่าวกับสำนักข่าว CTVNews.ca ว่า ไม่ว่าจะทำงานหนักแค่ไหน ก็ไม่พอที่จะเลี้ยงครอบครัว แถมชาวแคนาดายังมีต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นไปอีก เพราะไม่สามารถซื้อบ้านที่อยู่ใกล้กับที่ทำงานได้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงบอกว่า “หลังจากความยากลำบากมา 10 ปี ตอนนี้ผมเป็นพลเมืองแคนาดาที่น่าภาคภูมิใจที่ไม่ต้องการอยู่ในแคนาดาอีกต่อไป” 

กระแสความผิดหวังเหล่านี้ ได้รับการยืนยันต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 โดยผลการศึกษาใหม่จากสถาบ้นสถิติแคนาดา (Statistics Canad) ระบุว่าผู้อพยพมากกว่า 15% ตัดสินใจออกจากแคนาดาเพื่อกลับไปยังบ้านเกิดหรืออพยพไปยังประเทศอื่นภาย หลังจากอยู่ในแคนาดามาในฐานะผู้อยู่อาศัยถาวรมาถึง 20 ปีแล้วก็ตาม

สถานการณ์ในตอนนี้ที่แคนดานาถือว่าสิ้นหวังอย่างมาก เพราะการแย่งตำแหน่งงานก็รุนแรง และเมื่อได้งานแล้ว ยังต้องคิดดีๆ ระหว่างการซื้อหรือเช่าบ้าน เพราะการทำแบบนั้นอาจจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมหาศาล บางคนถึงกับเผยว่า พวกเขาจะต้องอดมือกินมือหากคิดจะมีบ้านอยู่ (ไม่ว่าจะเช่าหรือซื้อ) บางคนถึงกับบอกพวกขเาถูกบังคับให้เลือกว่าถ้ามีบ้านอยู่ก็จะไม่าเงินพอซื้อระบบทำความร้อน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็น

แคนาดากำลังเจอกับปัญหาอะไรบ้าง?
1. แคนาดาโดยรวม มีปัญหาเรื่อง Affordability  หรือค่าครองชีพซึ่งสูงจนประชาชนทั่วไปไม่สามารถรับไหว ปัญหานี้ครอบคลุมเกือบทุกปัญหาในประเทศ ตั้งแต่ค่าอาหาร ค่าที่พักอาศัย ค่าเดินทาง และอื่นๆ สรุปก็คือ การมีชีวิตอยู่ในแคนาดามีต้นทุนที่สูงเกินไป

2. ปัญหาเรื่อง Affordability รุนแรงมากในด้านที่พักอาศัย ซึ่งเรื่องนี้ตามกฎหมายแคนาดาได้กำหนดไว้ว่า ถ้าประชาชนไม่สามารถชำระเงินจำนองหรือค่าเช่าที่ไม่เกินร้อยละ 30 ของรายได้รวมต่อเดือนของครัวเรือนได้ ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่รับกับค่าที่พักอาศัยไม่ได้ เช่น ตัวอย่างเช่น หากครอบครัวหาเงินได้ 50,000 ดอลลาร์ต่อปีก่อนหักภาษี ถ้าต้องจ่ายเป็นค่าเช่ามากกว่า 15,000 ดอลลาร์ต่อปี (หรือ 1,250 ดอลลาร์ต่อเดือน) จะทำให้ครอบครัวตกอยู่ในปัญหาเรื่อง Affordability

3. จากการศึกษาโดย Grant Alexander Wilson แห่ง University of Regina ในแคนาดา และ Tyler Case จาก University of Saskatchewan ในแคนาดา ซึ่งทำการศึกษาปัญหานี้ทั่วอเมริกาเหรือ คือทั้งแคนาดาและสหรัฐฯ พบว่า ผู้เช่า 63% อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถจ่ายได้ ซึ่งหมายความว่าเกือบสองในสามของชาวแคนาดาและชาวอเมริกันมีภาระค่าเช่าอย่างมาก

Photo - เบอนัวต์ เมนวิลล์ ชายไร้บ้านนั่งอยู่ใต้ร่มเงาและเฝ้าดูผู้คน ท่ามกลางคลื่นความร้อนในเมืองมอนทรีออล รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2023 (ภาพโดย ANDREJ IVANOV / AFP)
 

TAGS: #Reverse #immigration