ผลแพ้ชนะในการเลือกตั้งซ่อมจ.ระยอง ไม่ได้มีผลกระทบทางการเมืองมากนัก เป็นการขับเคี่ยวกันของพรรคฝ่ายค้านระหว่าง พรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อต้องการวัดเรทติ้งกระแสความนิยมของประชาชน
การเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 จังหวัดระยอง ในวันอาทิตย์ ที่ 10 ก.ย.นี้ แม้ผลการเลือกตั้ง ไม่ได้มีผลสะท้อนอะไรที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือผลกระทบทางการเมืองมากนัก เพราะการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพิ่งเสร็จสิ้น และยังไม่ได้เข้ามาบริหารประเทศเต็มรูปแบบ เนื่องจากต้องรอการแถลงนโยบายในวันที่ 11 ก.ย.ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
แต่ทว่าผลแพ้ชนะในการเลือกตั้ง จะเป็นดัชนีชี้วัดถึงกระแสความนิยมของประชาชน โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นแชมป์เก่าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า จะยังมีกระแสแรงต่อเนื่องหรือไม่เพียงใด เพื่อจะได้นำมาเป็นพลังขับเคลื่อนในการตรวจสอบรัฐบาลต่อไป
อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ทางฟากพรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีการส่งคนลงแข่ง เพราะไม่ใช่พื้นที่คะแนนนิยมของตนเอง เวทีนี้จึงเป็นการขับเคี่ยวกันของพรรคฝ่ายค้านด้วยกัน ระหว่าง พรรคก้าวไกล และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้งสองพรรคต่างต้องการชัยชนะ เพื่อต้องการวัดเรทติ้งกระแสความนิยมของประชาชน
ทั้งนี้พรรคก้าวไกลซึ่งเป็นแชมป์เก่าในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมาโดย "นครชัย ขุนณรงค์" ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งด้วยคะแนน 29,034 คะแนน ในการเลือกตั้ครั้งนี้ได้ส่ง"พงศธร ศรเพชรนรินทร์" ลงชิงชัย และ หากผลการเลือกตั้งออกมาได้คะแนนมากกว่าเดิม พรรคก้าวไกลถึงจะได้พูดเต็มปากว่าพรรคยังมีคะแนนนิยมสูง และ อาจจะเคลมได้ว่า คนเลือกพรรคก้าวไกลเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่พลิกขั้วไปจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคสองลุงทั้งที่ได้ประกาศในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งจะไม่ร่วมสังฆกรรม
ในทางกลับกันหากพรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง แต่ได้คะแนนน้อยกว่าเดิมอาจถูกมองว่ากระแสความนิยมลดลง และถ้าแพ้เลือกตั้งก็จะยิ่งทำให้มนต์ขลังพลังของพรรคก้าวไกลถดถอยได้
ฉะนั้นการเลือกตั้งซ่อมของพรรคก้าวไกลครั้งนี้จึงมีเดิมพันสูงกว่าพรรคการเมืองอื่นคือชนะไม่พอต้องท่วมท้นด้วย เพื่อสร้างกระแสคะแนนนิยมอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่คู่แข่งอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเดิมก่อนการเลือกตั้ง 14 พ.ค.เป็นเจ้าของพื้นที่ คือ "บัญญัติ เจตนจันทร์" แต่ต้องพ่ายแพ้ให้ส.ส.ก้าวไกล โดย "บัญญัติ"เข้าที่ 3 ได้ 14,668 คะแนน ครั้งนี้ขอแก้มือ
แต่ด้วยสภาพความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้ตกเป็นรองพรรคก้าวไกล อยู่หลายขุม แต่ทางแกนนำของพรรค "ชวน หลีกภัย-อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ -บัญญัติ บรรทัดฐาน" อดีตหัวหน้าพรรค ผนึกทุกสรรพกำลัง ลุยลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังเก็บชัยชนะให้ได้ ไว้ต่อท่อการฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์
เลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ความมีมนต์ขลังของ "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรก้าวไกล" อย่างแท้จริง ส่วน พรรคร่วมรัฐบาลลอยตัว ไม่อยู่ในสมการแย่งชิงคะแนนนิยม
สำหรับรายชื่อผู้สมัครส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ระยอง แทนตำแหน่งที่ว่างดังกล่าวหมายเลข 1 นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ พรรคก้าวไกล หมายเลข 2 นายบัญญัติ เจตนจันทร์ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 ร.ต.ต.เรืองชัย สมบัติภูธร พรรคแรงงานสร้างชาติ
อย่างไรก็ตาม หากย้อนดูผลคะแนนเลือกตั้ง ในพื้นที่ เขต 3 จังหวัดระยอง จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566จะพบข้อมูลว่า มีผู้ออกมาใช้สิทธิ 95,520 คน หรือคิดเป็น 77.87% โดยมีบัตรดี 89,470 ใบ บัตรเสีย 3,753 ใบ และบัตรไม่เลือกผู้ใด 2,297 ใบ
โดยผลการเลือกตั้ง
อันดับ 1 นายนครชัย ขุนณรงค์ จากพรรคก้าวไกล 29,034 คะแนน
อันดับ 2 นายพายัพ ผ่องใส จากพรรคพลังประชารัฐ 21,726 คะแนน
อันดับ 3 นายบัญญัติ เจตนจันทร์ จากพรรคประชาธิปัตย์ 14,668คะแนน
อันดับ 4 นายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค จากพรรคเพื่อไทย 11,647 คะแนน
อันดับ 5 นายพลช กฤษณะราช จากพรรคชาติพัฒนากล้า 3,772 คะแนน
อันดับ 6 นายบุญสนอง หิรัญรักษ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ 3,608 คะแนน
อันดับ 7 นายหมอขวด เหล็กเพ็ชร จากพรรคเสรีรวมไทย 2,755 คะแนน
อันดับ 8 นายยศพนธ์ อ่อนตา จากพรรคภูมิใจไทย 1,004 คะแนน
อันดับ 9 นายทฤษฎี ธนาบริบูรณ์ จากพรรคไทยภักดี 606 คะแนน
อันดับ 10 นายวุฒิ ปะสิ่งชอบ จากพรรคไทยสร้างไทย 492 คะแนน
อันดับ 11 นายหมอโชติ อุบลประเสริฐ จากพรรคคลองไทย 158 คะแนน