ดัชนีการเมืองไทย ต.ค. 69 ลดเหลือ 3.52 คะแนน ประชาชนยังไม่ปลื้มผลงานรัฐบาล

ดัชนีการเมืองไทย ต.ค. 69 ลดเหลือ 3.52 คะแนน ประชาชนยังไม่ปลื้มผลงานรัฐบาล
สวนดุสิตโพล เผย ดัชนีการเมืองไทยเดือนต.ค. ลดเหลือ 3.52 คะแนน ชอบผลงานฝ่ายค้านขณะที่การแก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพลได้ต่ำสุด สะท้อนความไม่พอใจต่อการแก้ปัญหาของรัฐบาล "อนุทิน-รักชนก" นักการเมืองโดดเด่น

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนตุลาคม 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,036 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 27-30 ตุลาคม 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนตุลาคม เฉลี่ย 3.52 คะแนนลดลงจากเดือนกันยายน 2569 ที่ได้ 3.56 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.30 คะแนนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ การแก้ปัญหา ยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 2.88 คะแนน

ด้านนักการเมืองที่มีบทบาทโดดเด่น พบว่า ฝ่ายรัฐบาลยังไม่มีใครผลงานโดดเด่น ร้อยละ 33.18 รองลงมาคือ อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 20.12 ด้านฝ่ายค้านคือ รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 28.93 รองลงมาคือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 21.64 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือไทยช่วยไทย พลัส ร้อยละ 50.30 ผลงานฝ่ายค้านที่ชื่นชอบประจำเดือน คือตรวจสอบการทำงานและใช้งบของรัฐบาล ร้อยละ 39.32

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า การเมืองเดือนตุลาคมยังเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งการเตรียมศึกซักฟอกและกระแสปรับ ครม. ขณะที่น้ำท่วมทำให้ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจและค่าครองชีพก็ยังฝืดเคือง“ไทยช่วยไทย” จึงดูจะยังไม่ “พลัส” เท่าที่ควร แม้จะช่วยสร้างความหวังได้บ้าง แต่คะแนนดัชนีสะท้อนว่า ผลลัพธ์โดยรวมยังไม่เป็นมรรคเป็นผลมากนัก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดังนภสร ณ ป้อมเพชร อาจารย์สังกัดหลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิตโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า การเมืองไทยเผชิญปัญหาสะสมมาอย่างต่อเนื่องซึ่งจะเห็นได้จากความเดือดร้อน ของประชาชนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมขณะที่ฝ่ายการเมืองดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับการรักษาอำนาจมากกว่าการแก้ปัญหา ประชาชนจึงเผชิญปัญหาเดิมซ้ำ ๆยิ่งนโยบายที่ประกาศไว้ยังไม่เกิดผลชัดเจนในชีวิตจริง ความเชื่อมั่นต่อความสามารถและความจริงใจของรัฐบาลก็ยิ่งลดลงภาพการทุจริต ระบบอุปถัมภ์ และการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เสมอภาค จึงตอกย้ำว่าประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรมได้ไม่เท่ากันรวมไปถึงปัญหาปากท้อง ความไม่ปลอดภัย และโอกาสที่เหลื่อมล้ำ สะสมเป็นความรู้สึกว่ารัฐอยู่ห่างจากประชาชน ดังนั้นรัฐบาลและสถาบันการเมืองจึงต้องเร่งแก้ปัญหา เปิดรับการตรวจสอบ และทำให้ประชาชนเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากความชอบธรรมในการบริหารยังต้องรักษาผ่านผลงาน ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อประชาชนเพราะหากปล่อยให้ความเชื่อมั่นทางการเมืองถดถอยต่อเนื่องความผิดหวังของประชาชนอาจกลายเป็นระเบิดเวลาที่นำไปสู่วิกฤตความชอบธรรมของรัฐบาลแม้ว่าจะยังครองเสียงข้างมากในสภาก็ตาม

TAGS: #สวนดุสิตโพล #ดัชนีการเมือง #อนุทิน #รักชนก #นายก #นายกรัฐมนตรี #ไทยช่วยไทยพลัส