“ปกรณ์” เร่งเคาะผู้เข้าเกณฑ์ พ.ร.บ.สังคมสันติสุขใน 30 วัน ตั้งเป้ายุติขัดแย้งภายใน 180 วัน

“ปกรณ์” เร่งเคาะผู้เข้าเกณฑ์ พ.ร.บ.สังคมสันติสุขใน 30 วัน ตั้งเป้ายุติขัดแย้งภายใน 180 วัน
“ปกรณ์” นำถก คกก. พ.ร.บ.สังคมสันติสุข เร่งหน่วยงานเคาะผู้เข้าเกณฑ์ใน 30 วัน ตั้งเป้ายุติขัดแย้งจบใน 180 วัน ยัน ไม่รวมคนช่วยทุจริต ตอบปมผู้ถูกตัดสิทธิ์การเมือง  “นิรโทษกรรมคือไม่ถือว่ากระทำผิด”

วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขว่า ที่ผ่านมามีความเห็นมากมาย หลายกรณีก็นำไปสู่ความขัดแย้ง หรือการกระทบกระทั่งกันระหว่างประชาชนที่ออกมาแสดงความคิดเห็น มีการแบ่งสีเสื้อ ซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ประเทศไทยต้องเดินหน้าไปสู่สันติ ร่วมมือกันพัฒนาประเทศ

วันนี้นับเป็นก้าวแรก หลังสภาฯ มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ขณะนี้มีผลบังคับใช้แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการ ศาล และเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี คือ กรมราชทัณฑ์ มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 8 ของพระราชบัญญัติ คือดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีการนิรโทษกรรมทุกคนโดยทันที โดยกำหนดการที่วางไว้ จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 2 ชุด ชุดแรกจะเป็นชุดพิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียน

ชุดที่สอง เป็นชุดสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชน แล้วจะเปิดช่องทางรับข้อร้องเรียน สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการของหน่วยงานต่างๆ เบื้องต้นสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะเสนอขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงผลการดำเนินการตามกฎหมายฉบับนี้ว่า ได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง กี่คดี เป็นอย่างไร โดยรายงานมาที่คณะกรรมการภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะมีมติและบันทึกการประชุมออกมา

หลังจากนั้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง และเปิดช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในทางคดีมาตรวจสอบข้อมูล และอาจมีช่องทางว่ากรณีไหนที่ยังตกหล่นสามารถร้องทุกข์ผ่านคณะกรรมการชุดนี้ได้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการเป็นที่สุด เพื่อที่จะยุติความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจ และเสริมสร้างสังคมสันติสุขขึ้นมาให้ได้เสียที

"วันนี้ถือเป็นก้าวแรก และมีมติแล้วว่าจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างไร เราต้องการเห็นกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ทันที และต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน นับจากวันนี้ ประมาณเดือนมีนาคมปีหน้า" นายปกรณ์กล่าว

เมื่อถามว่า มีจำนวนตัวเลขผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมจาก พ.ร.บ.นี้หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า เป็นการได้รับข้อมูลในเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่มีจำนวนแน่นอน

เมื่อถามว่า การตีความคำว่าเห็นต่างทางการเมืองหรือไม่ จะโยงกว้างไปถึงการให้ความช่วยเหลือในการทุจริตหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ชัดว่าการทุจริตไม่เกี่ยว

เมื่อถามถึงกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง หากได้รับการนิรโทษกรรม จะสามารถกลับมาเล่นการเมืองได้หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า การนิรโทษกรรมคือไม่ถือว่ากระทำความผิด

นายยุทธพร อิสรชัย กรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวว่า วันนี้ต้องบอกว่าหลายหน่วยงานรอความชัดเจนในเรื่องของการสร้างสังคมที่มีความปรองดองสมานฉันท์ แต่ในส่วนของกฎหมายต้องว่ากันไป โดยกฎหมายได้ประกาศใช้ไปแล้ว 1 เดือน ซึ่งในการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามมาตรา 7 และ 8 รวมถึงข้อยกเว้นในมาตรา 3 จะมีผลในกฎหมายนิรโทษกรรมและความผิดที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ที่จะต้องเดินหน้าไปตามนั้น

นายยุทธพรกล่าวว่า ในที่ประชุม นายปกรณ์ ประธานและกรรมการคนอื่นๆ มีความเห็นที่ชัดเจนและตรงกัน ให้หน่วยงานปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ส่วนในกรณีที่ยังไม่มีความชัดเจน หรือมีการปฏิเสธจากหน่วยงานรัฐ จะมีการเสนอเรื่องยื่นคำร้องขอมาที่คณะกรรมการฯ โดยที่ประชุมมีการกำหนดช่องทางอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีส่วนได้เสียให้สามารถยื่นเรื่องได้อย่างสะดวกหลายช่องทาง โดยจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป ทั้งไปรษณีย์ อีเมล หรือในกระบวนการราชการ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ไปสู่สังคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่างๆ เป็นกระบวนการที่เราจะดำเนินการต่อไป

ด้านนางทิชา ณ นคร กรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวว่า จากนโยบายที่เราจะสามารถตีความประเด็นทางการเมืองให้กว้างขึ้น เพื่อให้เกิดความครอบคลุมต่อบุคคลที่เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความขัดแย้งที่ควรจะต้องจบลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้ให้ประเด็นที่ทำให้เราสบายใจ เพราะเรามีความเห็นที่ตรงกัน ต้องขอขอบคุณและขอบอกว่า ทุกอย่างจะจบลงได้อย่างงดงาม

TAGS: #ปกรณ์นิลประพันธ์ #สังคมสันติสุข