สว.พันธุ์ใหม่ กังขา กกต. มติเอกฉันท์ยกคำร้อง ยันไม่เคยโดนแจ้งข้อหา จี้แจงมาตรฐานทำงาน-อย่าทำตามใบสั่ง
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยมติเอกฉันท์ยกคำร้องสำนวนไต่สวนการเลือก สว. ข้อกล่าวหาที่ 4-7 ซึ่งปรากฏรายชื่อ สว. กลุ่มพันธุ์ใหม่อยู่ในสำนวนไต่สวนว่า ตนไม่เคยทราบมาก่อนว่าตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา และรู้สึกฉงนกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยในวันนี้ได้มอบหมายให้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. เป็นตัวแทนนำหนังสือไปยื่นต่อ กกต. เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยได้รับเอกสารแจ้งข้อกล่าวหาหรือถูกเชิญไปให้ปากคำแต่อย่างใด
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า เอกสารข่าวของ กกต. ระบุเพียงมาตราแต่ไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าทำอะไร ที่ไหน หรือมีพฤติกรรมอย่างไรที่เป็นความผิด การกระทำเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานการทำงานของ กกต. ว่า เหตุใดจึงทำงานเหมือนมีใบสั่งหรือมีธงไว้แล้ว โดยเฉพาะการเกิดขึ้นหลังจากบุคคลบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว จึงสงสัยว่าเป็นการทำตามหลักฐานอย่างถูกต้อง หรือทำตามแนวทางที่มีคนชี้ช่อง เพื่อเบี่ยงประเด็นจากเรื่องฉาวในคดีฮั้ว สว. กลุ่ม 229 คนกันแน่
ส่วนกรณีที่มีการเชื่อมโยงกับการประชุม สว.ประชาชน ที่ห้องจูปิเตอร์ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2567 น.ส.นันทนา ยืนยันว่า ตนไม่เคยร่วมประชุมกับใคร ยกเว้นงานดังกล่าว ซึ่งยืนยันว่าไม่ใช่การจัดเลี้ยง แม้แต่น้ำดื่มก็ไม่มี และในวันนั้นมีทั้งเจ้าหน้าที่ กกต. และสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. กล่าวในประเด็นเดียวกันว่า ตนไม่เคยถูกเรียกไปชี้แจงเช่นกัน คาดว่าประเด็นที่ถูกยื่นร้องน่าจะมาจากผู้สมัคร สว. กลุ่ม 13 (วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม) ยื่นร้องเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งการที่ กกต. มีมติเอกฉันท์ยกคำร้องย่อมหมายความว่าข้อร้องเรียนดังกล่าวไม่มีมูลเลยแม้แต่น้อย
น.ต.วุฒิพงศ์ ระบุเพิ่มเติมว่า อยากให้ กกต. เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับคดีฮั้วทั้งหมดให้ชัดเจน หากพบว่าคดีใดมีมูลก็ควรรีบยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเคลียร์ให้จบ เพราะปัจจุบัน สว. ทุกคนกำลังตกเป็นเป้าถูกสังคมเหมารวมว่ามีพฤติกรรมฮั้วเหมือนกันทั้งหมด การทำคดีและมีคำตัดสินที่รวดเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย