“ภราดร” แจงงบกลาง 1.2 หมื่นล้าน จำเป็นต้องคงไว้ หวั่นงบลงทุนไม่ถึงเกณฑ์ ย้ำไม่ซ้ำซ้อน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน พร้อมชี้งบประกันภัย 1.55 หมื่นล้าน คุ้มค่ากับการบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติ
วันที่ 7 กันยายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษวันแรก โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ พิจารณาแล้วเสร็จ ในวาระสอง
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กมธ. คนที่ 1 ชี้แจงกรณีงบกลางในส่วนค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม และรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน วงเงิน 12,000 ล้านบาท ว่าจะซ้ำซ้อนกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทหรือไม่
นายภราดรกล่าวว่า สมาชิกหลายคนอภิปรายแสดงความกังวลว่า งบประมาณ 12,000 ล้านบาทดังกล่าวจะเป็นงบลงทุนทั้งหมด หากตัดงบส่วนนี้ออก อาจทำให้งบลงทุนไม่ถึงสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด จึงมีความจำเป็นต้องคงงบประมาณส่วนนี้ไว้
ส่วนกรณีเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องจากระเบียบของคณะกรรมการกระจายอำนาจกำหนดเงื่อนไขไว้ค่อนข้างมากนั้น นายภราดรกล่าวว่า เห็นด้วยว่าจำเป็นต้องปลดล็อกให้ท้องถิ่นสามารถนำเงินดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ได้ โดยได้หารือกับนายวรสิทธิ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นดังกล่าวแล้ว
สำหรับข้อกังวลเรื่องงบประมาณที่อาจไม่ถึงจำนวนที่กำหนด เนื่องจากต้องกันเงินบางส่วนไว้สำหรับจ่ายเงินเดือนนั้น นายภราดรกล่าวว่า จากวงเงินประมาณ 600,000 ล้านบาท มีเงินกว่า 200,000 ล้านบาทที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้ ทำให้เหลือประมาณ 400,000 ล้านบาทที่สามารถนำมาใช้ได้ ทั้งนี้ ต้องศึกษารายละเอียดตามระเบียบของคณะกรรมการกระจายอำนาจเพิ่มเติม
นายภราดรยังชี้แจงถึงเบี้ยเงินกองทุนประกันภัย วงเงิน 15,500 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะจ่ายเพื่อคุ้มครองประชาชนทั่วประเทศ โดยระบุว่า หากภาคเอกชนเห็นว่ามีความคุ้มค่าก็สามารถเข้ามารับประกันได้ ขณะที่รัฐบาลไม่สามารถระบุได้ว่าเอกชนจะมองว่าคุ้มค่าหรือไม่
อย่างไรก็ตาม วงเงินดังกล่าวเป็นการบริหารความเสี่ยง โดยรัฐบาลประเมินว่าในแต่ละปีอาจต้องใช้งบประมาณเพื่อเยียวยาความเสียหายจากภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม วาตภัย แผ่นดินไหว หรือสึนามิ เป็นจำนวนเท่าใด ขณะที่ทุนประกันอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลมองว่าการจ่ายเงินในแต่ละปีมีความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการซื้อความเสี่ยงให้กับประชาชนทั้งประเทศ
"ส่วนสาเหตุที่รัฐบาลใช้งบกลางในการเยียวยาประชาชนปีที่ผ่านมาจำนวนมากกว่าปีก่อนๆ เนื่องจากวงเงินในการเยียวยาแตกต่างกัน เพราะพึ่งเพิ่มวงเงิน 9,000 บาทในยุครัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และต่อเนื่องถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จึงทำให้ตัวเลขสูงขึ้นกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา และไม่มีรัฐบาลใดจะลดเงินเยียวยาให้ประชาชน โดยกรรมาธิการยืนยันการปรับแก้ใน มาตรา 6 ตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก" นายภราดร กล่าว