53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นักกฎหมาย ออกจดหมายเปิดผนึก จี้ กกต.ส่งศาลฎีกาฟันฮั้ว ส.ว. เพิกถอนสิทธิผู้กระทำผิดและแจงพยานหลักฐานต่อสังคม ชี้การประวิงเวลาสุ่มเสี่ยงบิดเบือนอำนาจอธิปไตย
ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ นำโดย ศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล ร่วมกันอ่านแถลงการณ์จดหมายเปิดผนึก นักกฎหมาย ทนายความ และคณาจารย์นิติศาสตร์ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.ในคดีฮั้ว ส.ว.ที่อาจไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม และไม่ชอบด้วยกฏหมาย
เนื้อหาระบุว่า นับตั้งแต่การประกาศผลการสรรหา สว.ในวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2567 ได้มีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความชอบด้วยกฎหมายของการได้มาซึ่ง สว.ชุดปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในการสรรหา สว.ของ กกต.ได้สร้างความกังขาให้กับสังคมอย่างมาก ด้วยเหตุผลอย่างน้อยสองประการ ได้แก่
1.ความล่าช้าในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณา มีคำถามว่าทำไม กกต.ยังคงดึงเรื่องไว้เป็นเวลากว่า 2 ปี การดำเนินการที่ล่าช้าของ กกต.สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อระบบการเมืองและอำนาจอธิปไตยของประเทศ
2.ความไม่โปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบของ กกต. แทนที่ กกต.จะพิจารณาพยานหลักฐานจำนวนมากที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 นำเสนอ และหากเห็นว่า “มีหลักฐานอันควรเชื่อได้” ก็มีหน้าที่ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาให้ทำหน้าที่พิจารณาและพิพากษาคดีไปตามกระบวนพิจารณาของศาล แต่ กกต.กลับตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง และทำการพิจารณาพยานหลักฐานซ้ำอีกครั้ง ต่อมาคณะกรรมการชุดนี้ได้มีมติที่แตกต่างอย่างมากกับคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 โดยมีมติว่าผู้ถูกร้องเรียนไม่มีมูลความผิดแต่อย่างใด แสดงให้เห็นความไม่ชอบมาพากลของกระบวนการไต่ส่วน เป็นการดำเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่
จากข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวข้างต้น นักกฎหมาย ทนายความ และคณาจารย์นิติศาสตร์ ที่มีรายชื่อแนบท้ายจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ จึงมีข้อเรียกร้องไปยัง กกต.ว่า
1.ขอให้ กกต.มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้พิจารณาและพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตการสรรหา สว. ครั้งที่ผ่านมา ตามที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นอย่างรวดเร็ว
2.ขอให้ กกต.ชี้แจงต่อสาธารณะพร้อมแสดงพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการสืบสวน สอบสวน และมีมติเกี่ยวกับคดีการทุจริตการเลือกตั้ง สว.ครั้งที่ผ่านมา ว่าวางอยู่บนข้อเท็จจริง พยานหลักฐานและกระบวนการดำเนินการอย่างไร เหตุใดจึงใช้เวลายาวนานกว่าสองปีกว่าก็ยังไม่ได้ข้อสรุปในการส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา
หาก กกต.ไม่ใช้อำนาจหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย ย่อมเป็นการบิดเบือนอำนาจอธิปโตยของประชาชนและเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นไปตามรัฐธธรรมนูญ และต้องมีความรับผิดทางกฎหมายและทางสังคมต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทั้งนี้ มีนักวิชาการจากคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ นักวิชาการอิสระ รวมทั้งทนายความ และนักกฎหมาย ที่ร่วมลงรายชื่อมีทั้งหมด 53 คน อาทิ รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตแคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ของพรรคประชาชน ,รศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ,ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตแกนนำคณะนิติราษร์ ,นายชำนาญ จันทร์เรือง แกนนำคณะก้าวหน้า


