“วรศิษฎ์” ชี้แจงปมยกเลิกจ้าง ม.บูรพาจัดสอบท้องถิ่น หลัง กมธ.กฎหมายฯ ตั้งข้อสังเกตโยง “อนุทิน” ย้ำขณะนั้นมีเรื่องร้องเรียนเรียกรับเงิน และกรมบัญชีกลางเห็นควรให้ยกเลิกการจัดจ้าง
“วรศิษฎ์” แจงปมยกเลิกการจัดจ้างมหาวิทยาลัยบูรพาจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น หลัง “รังสิมันต์ โรม” ตั้งข้อสังเกตเชื่อมโยงถึง “อนุทิน” ย้ำต้องพูดข้อเท็จจริงให้ครบ ระบุช่วงมหาวิทยาลัยชนะประกวดราคามีเรื่องร้องเรียนเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ พร้อมมีหลักฐานตรวจสอบได้ ขณะที่กรมบัญชีกลางเห็นควรให้ยกเลิกการจัดจ้าง ยืนยันการดำเนินการมุ่งให้การสอบโปร่งใส พร้อมเปิดชี้แจงหาก กมธ.เชิญ
นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หลังที่ประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) มีมติเพิกถอนรายชื่อผู้สอบผ่าน 5,925 ราย ว่า ในวันนี้จะมีการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านประมาณ 50,000 รายต่อสาธารณะ
หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการดำเนินการกับผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อ โดยจะแยกข้อมูลเป็นรายจังหวัดและส่งให้คณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัด (ก.จังหวัด) พิจารณา ก่อนส่งต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการบรรจุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน โดย ก.กลาง กำหนดให้กระบวนการเพิกถอนผู้ที่มีปัญหาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้
ส่วนการบรรจุผู้สอบผ่านรายใหม่เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างจากการเพิกถอน 5,925 ราย นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องรอให้กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ รวมถึงการตรวจสอบบัญชีผู้สอบผ่านและตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในการบริหารจัดการบัญชี โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือนตุลาคม แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง
กรณีผู้ถูกเพิกถอนใช้สิทธิทางศาล นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมีทีมกฎหมายติดตามเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่าการดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจสอบได้ โดยกรมฯ ได้ส่งหลักฐานไปยังแต่ละจังหวัด เพื่อให้ผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้
ส่วนกรณีนายรังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตถึงการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้ามาเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการจัดจ้างมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้จัดสอบข้าราชการท้องถิ่น จนนำไปสู่ปัญหาการทุจริตนั้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดข้อเท็จจริงให้ครบถ้วน
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ย้อนกลับไปในช่วงที่มหาวิทยาลัยบูรพาชนะการประกวดราคา มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและมีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ เมื่อเรื่องดังกล่าวปรากฏขึ้น นายอนุทินมีความห่วงใยและสั่งการให้ตรวจสอบ เพื่อให้กระบวนการสอบมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
ขณะนั้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้เพิ่มเงื่อนไขความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา หากเกิดการทุจริตเกี่ยวกับกระบวนการสอบ ขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลางก็เห็นควรให้ยกเลิกการจัดจ้าง โดยไม่ได้เป็นเพียงความต้องการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นฝ่ายเดียว เนื่องจากเมื่อมีการลงนามสัญญาแล้ว การยกเลิกจำเป็นต้องมีเหตุผลรองรับ
“สิ่งที่พิสูจน์ได้คือเจตนาที่ต้องการให้การสอบเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ มีขั้นตอน และสามารถพิสูจน์ได้” นายวรศิษฎ์กล่าว พร้อมขอให้การนำเสนอประเด็นดังกล่าวพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมด
นายวรศิษฎ์ยังยกตัวอย่างว่า หากมีเจตนาปล่อยให้กระบวนการสอบดำเนินไปโดยไม่มีการป้องกัน ก็สามารถปล่อยให้การสอบเป็นไปตามปกติได้ แต่เหตุใดจึงมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ 5 หน่วยงาน และขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ช. ป.ป.ท. และ ป.ป.ป. เพื่อร่วมตรวจสอบกระบวนการสอบ
“ผมคิดว่าทุกอย่างพิสูจน์ได้ ไม่ต้องเป็นห่วง” นายวรศิษฎ์กล่าว
ส่วนกรณีที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องดังกล่าวอาจเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ต้องไปถามผู้ที่ออกมาพูด เพราะตนทำงานโดยไม่นำเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และยึดหลักข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ โดยยืนยันว่าทุกสิ่งที่พูดสามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้
เมื่อถามว่า หากคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เชิญไปชี้แจงจะพร้อมให้ความร่วมมือหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า พร้อมชี้แจงอยู่แล้ว แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในการชี้แจงเรื่องดังกล่าว