กทม. ประกาศผลนับคะแนนเลือกตั้งไม่เป็นทางการ 95% "ชัชชาติ" นำ 1.44 ล้านคะแนน คนกรุงใช้สิทธิกว่า 2.2 ล้านคนคิดเป็น 49.7% ด้าน ‘ชัชชาติ’ ประกาศชัยชนะเตรียมลุย 260 นโยบายดันกทม.สู่มหานครระดับโลก
นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยว่าที่ร้อยตรี ดร.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และนายขจิต ชัชวานิชย์ ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) อย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังปิดหีบเลือกตั้งกว่า 4 ชั่วโมง
นายณรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการประมวลผลคะแนนเลือกตั้งจากหน่วยเลือกตั้งทั้ง 6,628 หน่วย ใน 50 เขต ได้ส่งเข้าสู่ระบบแล้วกว่าร้อยละ 95 โดยผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างไม่เป็นทางการ ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดอันดับ 1 คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หมายเลข 9 ได้คะแนน 1,444,914 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 65.6 อันดับ 2 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข หมายเลข 14 ได้คะแนน 288,171 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 13.1 และอันดับ 3 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หมายเลข 10 ได้คะแนน 176,934 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 8
สำหรับสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,428,644 คน และมีผู้มาใช้สิทธิ 2,201,739 คน คิดเป็นร้อยละ 49.7 ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,384,693 คน และมีผู้มาใช้สิทธิ 2,077,921 คน คิดเป็นร้อยละ 47.4
นายณรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูลสถิติการเลือกตั้งแยกรายเขตและรายหน่วยเลือกตั้งทั้งหมดได้เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ "เลือกตั้งกรุงเทพ69" เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส พร้อมขอบคุณประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและร่วมทำหน้าที่พลเมืองตามวิถีประชาธิปไตย
"ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้งทุกฝ่าย ทั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ฝ่ายประมวลผลคะแนน ตลอดจนเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนรวมกว่า 74,000 คน ที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ความทุ่มเท และความอดทน จนทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส" นายณรงค์ กล่าว
ด้านว่าที่ร้อยตรี ดร.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ผลคะแนนที่ประกาศในวันนี้ยังเป็นผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครจะพิจารณารับรองผลคะแนนดังกล่าว ก่อนรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ หากไม่มีการร้องคัดค้านหรือร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งจะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 30 วัน แต่หากมีการร้องคัดค้านหรือร้องเรียน จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
ขณะที่ เว็บไซต์ www.เลือกตั้งกรุงเทพ69.com ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ประจำปี 2569 อย่างไม่เป็นทางการ โดยผลการนับคะแนนไปแล้ว เป็นจำนวนทั้งสิ้น 2,165,627 ใบ หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.4
ปรากฏว่าผลเลือกตั้ง พรรคประชาชนคว้า 22 ที่นั่ง กลุ่มคนทำงาน 11 ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ 8 ที่นั่ง ขณะ กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว 4 ที่นั่ง
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคะแนนเสียง ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ลงคะแนนให้หรือไม่ได้เลือกตนเอง โดยยืนยันว่า ทุกคะแนนเสียงมีคุณค่า และสะท้อนความงดงามของระบอบประชาธิปไตย
นายชัชชาติ กล่าวว่า ภารกิจหลังจากนี้ถือเป็นความรับผิดชอบครั้งใหญ่ เพราะประชาชนมีความคาดหวังสูง ขณะเดียวกันโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กรุงเทพมหานครจึงต้องปรับตัวและทำงานให้หนักกว่าเดิม เพื่อให้สามารถก้าวทันการแข่งขันกับเมืองชั้นนำทั่วโลก
“กรุงเทพฯ จะเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ใช่เพราะชัชชาติ แต่เพราะพวกเราทุกคนต้องร่วมกันจับมือเดินไปข้างหน้า อีก 4 ปีจากนี้ เราจะทำให้เห็นว่า กรุงเทพมหานครสามารถเป็นเมืองชั้นนำของโลก และแข่งขันกับมหานครสำคัญทั่วโลกได้” นายชัชชาติกล่าว
ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ภารกิจเร่งด่วนอันดับแรก คือการนำ 260 นโยบายที่ให้คำมั่นไว้กับประชาชน มาจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์และกำหนดกรอบการดำเนินงานในช่วง 100 วันแรก โดยจะเร่งผลักดันประเด็นสำคัญ ทั้งการปรับปรุงกฎหมาย การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และโครงการเร่งด่วนต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน
นายชัชชาติย้ำว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชนะ แต่กลับทำให้เกิดความยำเกรง เพราะมองว่านี่คือ “คำสั่งของประชาชน” ที่มอบหมายให้เข้าไปแก้ปัญหาเมืองหลวง จึงไม่ใช่ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นเวลาที่ต้องเร่งเตรียมตัว วางแผน และจัดลำดับความสำคัญของปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข
“งานหนักกำลังรออยู่ข้างหน้า ไม่มีเวลาฉลอง ต้องกลับมาคิดและเตรียมทำงานทันที” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติ ยอมรับว่า ตลอดการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ยังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่องหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ประชาชนมอบให้คือความเข้าใจและความไว้วางใจ ดังนั้น จากนี้จะต้องพัฒนาตัวเอง ยกระดับทีมงาน และปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่
นายชัชชาติ ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญตลอดวาระ 4 ปี คือการทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้น กรุงเทพมหานครมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดึงดูดการลงทุน สร้างเศรษฐกิจเมืองให้เติบโต และทำให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียม มีความสุข และได้รับโอกาสอย่างเป็นธรรม
สำหรับ วันพรุ่งนี้ จะเรียกประชุมทีมงานทันทีเพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์และแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยอมรับว่าภารกิจตลอด 4 ปีข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความคาดหวังของประชาชนสูงกว่าที่ผ่านมา จึงต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมถึง 3-4 เท่า ส่วนทีมบริหารจะยังคงใช้ทีมงานชุดเดิมเป็นหลัก แต่พร้อมปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม โดยยืนยันว่าไม่ได้เข้ามาเพื่อแสวงหาตำแหน่งหรือผลประโยชน์ หากแต่ต้องการนำความรู้และสติปัญญามาแก้ปัญหาให้กับคนกรุงเทพฯ
นายชัชชาติแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทุกคนได้ เพราะทุกคนต่างได้รับฉันทามติจากประชาชนเช่นเดียวกัน และมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ก้าวไปข้างหน้า