โฆษกรัฐบาล เผย ร่างพ.ร.บ.งบปี 70 เข้าสภาฯ 29 มิ.ย. รัฐบาลย้ำพร้อมแจง ด้าน "อภิสิทธิ์" เผย ปชป. เตรียมส่งขุนพลอภิปรายถล่ม ล็อกเป้าถก 2 ปมใหญ่ ขยี้โครงการแห่ใช้คำว่า "AI-เทคโนโโลยี"บังหน้า
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยกำชับให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลอย่างครบถ้วน พร้อมตอบทุกข้ออภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเหตุผล ความจำเป็น และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการใช้งบประมาณในแต่ละด้าน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 กำหนดวงเงินไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 7,400 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.2 จากคำของบประมาณที่หน่วยงานต่าง ๆ เสนอรวมกว่า 5.97 ล้านล้านบาท ซึ่งผ่านกระบวนการพิจารณา คัดกรอง และจัดลำดับความสำคัญตามความจำเป็น ความเร่งด่วน และความคุ้มค่า
ทั้งนี้ งบประมาณปี 2570 จัดทำขึ้นภายใต้ข้อจำกัดด้านการคลังและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน จึงมุ่งตอบโจทย์ทั้งการดูแลประชาชนในระยะสั้น และการลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับการลงทุนของประเทศ รัฐบาลเห็นว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จึงวางแนวทาง “ลงทุน พลัส” โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบควบคู่กัน ทั้งงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) กองทุน Thailand Future Fund การส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI การอำนวยความสะดวกผ่าน Thailand Fast Pass ตลอดจนการลงทุนของภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เงินงบประมาณทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนเพิ่มเติม
แม้งบลงทุนโดยตรงในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณจะอยู่ที่ 789,172 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่เมื่อรวมการลงทุนจากทุกกลไกดังกล่าว รัฐบาลตั้งเป้าระดมเม็ดเงินได้ประมาณ 1.568 ล้านล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการลงทุนในอนาคต
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าด้วยว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2570 ครอบคลุม 3 เป้าหมายสำคัญ ได้แก่ 1. การสร้างความมั่นคงและภูมิคุ้มกันของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงชายแดน การป้องกันยาเสพติด การบริหารจัดการน้ำ พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการรับมือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 2.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ยานยนต์สมัยใหม่ การแพทย์ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และการปรับปรุงประสิทธิภาพภาครัฐ 3. การดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ทั้งด้านสวัสดิการ การศึกษา สาธารณสุข การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยมีงบประมาณสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 42,000 ล้านบาท และเงินสมทบกองทุนประกันสังคม 65,904.3 ล้านบาท เป็นต้น
นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงยึดหลักวินัยการเงินการคลัง โดยตั้งงบบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ 462,470.3 ล้านบาท และรายจ่ายชดใช้เงินคงคลัง 71,038 ล้านบาท เพื่อให้ภาระทางการคลังสะท้อนอยู่ในระบบงบประมาณอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
นางสาวรัชดา กล่าวว่า ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รวมถึงเอกสารประกอบ แผนการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานของหน่วยงานต่าง ๆ ได้ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงบประมาณ เพื่อร่วมตรวจสอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน และรับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาได้อย่างเปิดเผยและโปร่งใส
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เผยถึงการเตรียมความพร้อมในการอภิปราย พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์มีผู้อภิปรายประมาณ10-12 คน แต่ละคนจะเจาะไปในเรื่องต่างๆ เช่น งบที่เกี่ยวกับยาเสพติด งบที่เกี่ยวกับการศึกษา แต่ว่าจะมีประมาณ 2-3 คนที่จะพูดภาพรวมที่เราค่อนข้างเป็นห่วงเกี่ยวกับโครงสร้างงบประมาณโดยรวมใน 2 ประเด็นหลัก ประเด็นแรกก็คือความน่าห่วงว่าปัจจุบันนี้งบลงทุนเกือบทั้งหมดต้องมาจากการกู้เงิน พูดง่ายๆคือภาษีที่เก็บหรือรายได้ของรัฐที่เก็บมาได้หมดตอนนี้เนี่ยลำพังแค่งบประจำบวกกับการใช้หนี้ก็หมดแล้ว ซึ่งหมายถึงต่อไปในวันข้างหน้าจะต้องมีการปรับโครงสร้างตรงนี้ ประการที่สองก็คือว่าเราไม่ค่อยเห็นความชัดเจนในเชิงของทิศทางของการเปลี่ยนแปลงอะไร งบประมาณส่วนใหญ่ก็ยังคงในโครงสร้างเดิมในขณะที่ความจำเป็นของประเทศก็คือขณะนี้มีต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลายอย่างแต่มันไม่ได้เห็นทิศทางใหม่ๆของการจัดงบประมาณให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลง
เมื่อถามว่าควรจะมีการตัดงบส่วนไหนบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริง ๆ ก็มีบางโครงการที่ยังเป็นที่น่าสงสัยอยู่ คือปัจจุบันนี้หน่วยงานเริ่มเอาคำว่า AI กับเทคโนโลยีเข้าไปใส่ในโครงการต่างๆซึ่งไม่ได้ชัดเจนว่าจะได้ช่วยให้ประเทศมีความพร้อมหรือได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆเท่าที่ควร