พรรคประชาชนเปิดโรดแมป 4 ปี ขอโอกาสประชาชนเลือก ส.ก. เกินครึ่งสภา หวังเข้าไปเป็นกลไกตรวจสอบงบประมาณ กทม. กว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี พร้อมกางกรอบเวลาคลอด 7 ข้อบัญญัติใหม่
พรรคประชาชน แถลงเปิดโรดแมป 4 ปี ขับเคลื่อนการทำงานในสภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) ประกาศเป้าหมายปักธงคว้าเก้าอี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ให้ได้เกินครึ่งสภา เพื่อเป็นกลไกหลักในการตรวจสอบและป้องกันการทุจริตงบประมาณของกรุงเทพมหานครที่มีมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมชูแนวคิดเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่โอบอุ้มประชาชนอย่างแท้จริง ผ่านการผลักดันข้อบัญญัติสำคัญตามกรอบเวลาเร่งด่วน
โดยรายละเอียดโรดแมปการทำงานของพรรคประชาชน แบ่งออกเป็น 4 ระยะหลัก ดังนี้:
-
วันแรกของการเปิดประชุมสภา กทม.: เตรียมยื่นร่างข้อบัญญัติว่าด้วยการก่อสร้างปลอดภัย และร่างข้อบัญญัติสภาโปร่งใส เข้าสู่การพิจารณาทันที
-
ภายใน 100 วันแรก: ผลักดันข้อบัญญัติสภา กทม. โปร่งใส ให้สำเร็จ โดยกำหนดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการสามัญและวิสามัญ พร้อมเปิดเผยผลลงมติและการเข้าประชุมของ ส.ก. ต่อสาธารณะ
-
ภายใน 6 เดือน: เร่งรัดข้อบัญญัติงบประมาณ กทม. โปร่งใส เปิดรายละเอียดโครงการตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำงบฯ เพื่อสกัดการล็อกสเปก ควบคู่กับการดันข้อบัญญัติก่อสร้างปลอดภัย บังคับให้ทุกไซต์ก่อสร้างเปิดกล้องวงจรปิดและทำประกันภัยเอกชน เพื่อให้ประชาชนเคลมเยียวยาได้ทันทีหากเกิดอุบัติเหตุ นอกเหนือจากนี้จะผลักดันข้อบัญญัติควบคุมอาคาร เพื่อปลดล็อกตึกแถวเก่าให้ดัดแปลงเป็นฟู้ดคอร์ตราคาประหยัด บังคับซ้อมหนีไฟ-แผ่นดินไหวประจำปี และกำหนดให้ห้างสรรพสินค้าหรือตลาดใหญ่ ๆ ต้องจัดพื้นที่จอดรถโดยสารสาธารณะภายในโครงการเพื่อลดปัญหารถติด
-
ภายใน 1 ปี: เดินหน้าข้อบัญญัติความปลอดภัยในที่สาธารณะ เชื่อมต่อกล้องวงจรปิดห้างและสถานประกอบการเอกชนเข้าสู่ระบบ War Room ของ กทม. เพื่อตรวจจับอาชญากรรม ผู้มีหมายจับ หรือการพกพาอาวุธ พร้อมผลักดันข้อบัญญัติเพิ่มอัตราการรีไซเคิลของ กทม. จากร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 35 ภายใน 4 ปี โดยบังคับให้อาคารและผู้ประกอบการขนาดใหญ่จัดจุดแยกขยะ 4 ประเภท และมีระบบตรวจสอบย้อนหลัง
พรรคประชาชนย้ำว่า โรดแมปทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้จริง ต้องอาศัยพลังและโอกาสจากประชาชนในการเลือก ส.ก. ของพรรคเข้าไปทำหน้าที่เกินกึ่งหนึ่งของสภา เพื่อขับเคลื่อนข้อบัญญัติเหล่านี้ให้แปรเปลี่ยนเป็นนโยบายที่สร้างความปลอดภัย ความโปร่งใส และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้อย่างยั่งยืน
