นายก เข้าหารือ ปูติน ยืนยันความมุ่งมั่นยกระดับความร่วมมือรอบด้านก่อนฉลองครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 ไทยเร่งผลักดันข้อตกลง FTA ร่วมกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าหารือทวิภาคีกับนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีสหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างการเข้าร่วมการประชุม ASEAN-Russia Commemorative Summit ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติคาซาน เมืองคาซาน สหพันธรัฐรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยและรัสเซียในทุกมิติ ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ พลังงาน เทคโนโลยี และการเชื่อมโยงประชาชนสู่ประชาชน ก่อนก้าวสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–รัสเซีย ในปี 2570
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การหารือเป็นไปด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตรและอบอุ่น โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมรัสเซียในฐานะเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ พร้อมเน้นย้ำว่ารัสเซียเป็นมิตรประเทศสำคัญที่มีความสัมพันธ์อันยาวนานกับไทยในทุกระดับ ทั้งระดับรัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชน ขณะที่ประธานาธิบดีปูตินแสดงความยินดีต่อความร่วมมืออันแน่นแฟ้นของทั้งสองประเทศ และยืนยันความพร้อมในการร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตในปีหน้า
ทั้งสองฝ่ายยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย–รัสเซีย หรือ Thai-Russian Joint Commission ครั้งที่ 9 ซึ่งรัสเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่กรุงมอสโกในเดือนสิงหาคม 2569 โดยเห็นพ้องว่ากลไกดังกล่าวจะเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันความร่วมมือที่มีอยู่ให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ในด้านการเมืองและความมั่นคง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับรัสเซียในฐานะมหาอำนาจที่มีบทบาทสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์โลก และพร้อมส่งเสริมความสัมพันธ์ทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และพหุภาคี โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทานของโลก
ไทยได้แสดงความขอบคุณต่อรัสเซียที่พร้อมสนับสนุนด้านพลังงานสะอาด ก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG รวมถึงสินค้าสำคัญต่าง ๆ เช่น ปิโตรเคมีและปุ๋ย เพื่อช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องในการขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการทหาร ความมั่นคงสารสนเทศ การสาธารณสุข วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการศึกษา
สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นตรงกันว่ายังมีศักยภาพอีกมากในการขยายมูลค่าการค้าระหว่างกัน แม้ปัจจุบันมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งยังไม่สะท้อนศักยภาพทางเศรษฐกิจที่แท้จริงของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะสภาธุรกิจไทย–รัสเซีย มีความสนใจในการขยายการส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังตลาดรัสเซียมากขึ้น รวมถึงการแสวงหาโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ ๆ ในสาขาที่มีศักยภาพ ขณะที่ภาครัฐจะเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย หรือ EAEU เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเข้าถึงตลาดระหว่างไทย รัสเซีย และประเทศสมาชิก EAEU อื่น ๆ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงาน Russian-Thai Investment Forum ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาและได้รับความสนใจจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ โดยในปีนี้จะมีการจัดงานดังกล่าวที่กรุงเทพมหานครในเดือนตุลาคม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ ขยายการลงทุน และต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
ในเวทีพหุภาคี นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณรัสเซียที่สนับสนุนบทบาทของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมบทบาทเชิงสร้างสรรค์ของรัสเซียในกรอบความร่วมมือเอเปค โดยเฉพาะการผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางพลังงาน และการพัฒนาที่ยั่งยืน
ไทยยังแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัสเซียในประเด็นใหม่ ๆ ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การต่อต้านแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก
ด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยใช้โอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–รัสเซีย เป็นกลไกสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระดับประชาชนและเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ในปี 2568 มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมายังประเทศไทยเกือบ 2 ล้านคน ทำให้รัสเซียเป็นตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปที่ใหญ่ที่สุดของไทย สะท้อนถึงความนิยมและความประทับใจที่ชาวรัสเซียมีต่อประเทศไทย ทั้งในด้านแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม อาหาร และการบริการ
เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ไทยและรัสเซียยังมีแนวคิดในการขยายกิจกรรมด้านวัฒนธรรม อาทิ การเผยแพร่เพลง ภาพยนตร์ ศิลปะการแสดง และกิจกรรมทางวัฒนธรรมของรัสเซียในประเทศไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนกิจกรรมทางวัฒนธรรมในระดับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงท้ายของการหารือ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณประธานาธิบดีปูตินสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการส่งเสริมความร่วมมือกับรัสเซียอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างความมั่นคง ความมั่งคั่ง และโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกันของทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรียังแสดงความหวังว่าจะได้พบหารือกับประธานาธิบดีรัสเซียอีกครั้งในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 33 ช่วงปลายปีนี้ เพื่อสานต่อความร่วมมือในประเด็นสำคัญต่าง ๆ และยกระดับความสัมพันธ์ไทย–รัสเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต