ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ 6 ชุมชนริมทะเลบางขุนเทียน รับฟังผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งที่ยืดเยื้อมานานกว่า 40 ปี พร้อมผลักดันการก่อสร้างสะพานและถนนเชื่อมชุมชน
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ และ น.ส.เนตรสกาว ชาหอม ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางขุนเทียน เบอร์ 1 ลงพื้นที่สะพานรักษ์ทะเลบางขุนเทียนในช่วงเย็น โดยขับขี่จักรยานยนต์สามล้อ สำรวจเส้นทางรอบพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพียงแห่งเดียวของกรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนใน 6 ชุมชนหลัก ได้แก่ ชุมชนชายทะเลบางขุนเทียน, ชุมชนแสนตอ, ชุมชนวัดหลวงพ่อเต่า, ชุมชนเสาธง, ชุมชนศรีกุมาร และชุมชนคลองพิทยาลงกรณ์
นายอนุชา กล่าวถึงการลงพื้นที่ว่า ได้เห็นถึงความยากลำบากของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งซึ่งเผชิญกับวิกฤตการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ ซึ่งสร้างความสูญเสียที่ดินไปแล้วกว่า 2,700 ไร่ ซึ่งสาเหตุหนึ่งคือปัญหาโลกร้อนที่ทำให้น้ำทะเลหนุนสูงรุกล้ำเข้าสู่พื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกิน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ ทั้งการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในยามฉุกเฉิน การเดินทางไปเรียนหนังสือของเด็กนักเรียน ตลอดจนการขนส่งสินค้าประมงและผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งปัจจุบันความไม่สะดวกด้านเส้นทางคมนาคมทำให้การขนอาหารทะเละส่งล่าช้า ส่งผลต่อความสดใหม่และมูลค่าของสินค้า
“ผมจึงมองว่า การพัฒนาพื้นที่นี้ไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เท่านั้น แต่ต้องมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในพื้นที่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคและขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ผมจึงมีแนวคิดจะเร่งปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งการสร้างสะพานเข้าสู่ตัวบ้านและถนนที่เชื่อมต่อจากถนนสายหลักเข้าสู่ชุมชนอย่างเป็นระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างมีมาตรฐาน”นายอนุชา กล่าว
ด้าน น.ส.เนตรสกาว กล่าวเสริมถึงความต้องการของชาวบ้านว่า ประเด็นสำคัญที่ประธานชุมชนสะท้อนมาคือการเรียกร้องให้ย้ายงานเทศกาล "กินปูดูทะเล" ซึ่งเดิมเคยจัดในพื้นที่ชุมชนชายทะเล ให้กลับมาจัด ณ พื้นที่เดิม แทนการไปจัดที่ศูนย์การค้าย่านพระราม 2 เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่รายได้ของคนในชุมชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ชาวบ้านยังต้องการให้มีการก่อสร้างสะพานและปรับปรุงถนนเพื่อเชื่อมต่อการสัญจรเข้าถึงตัวบ้านพักอาศัยในชุมชนที่อยู่ในน้ำได้โดยสะดวก เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนจากการเดินทางที่ไม่คล่องตัว
จากนั้น นายอนุชาและทีมงานพรรคประชาธิปัตย์รุ่นใหม่ได้เดินทางต่อไปยังเขตจอมทอง เพื่อพบปะประชาชนที่ตลาดอินดี้ โดยมี นายเจริญ เพ็ชรกิจ ผู้สมัคร ส.ก. เขตจอมทอง เบอร์ 4 มาร่วมสำรวจปัญหาในพื้นที่ด้วย สำหรับพื้นที่เขตจอมทองนั้นเป็นย่านที่มีประชากรหนาแน่นและมีตลาดอินดี้เป็นศูนย์กลางการค้าขายขนาดใหญ่ที่สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายอนุชาได้เข้าทักทายผู้ค้าและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย เพื่อสอบถามปัญหาเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ตลาด ระบบระบายน้ำที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน และปัญหาการจราจรติดขัดในซอยย่อย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่นที่รวดเร็วและจับต้องได้
นายอนุชา กล่าวทิ้งท้ายว่า "การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย พรรคประชาธิปัตย์ตั้งใจนำนโยบายเดินทางสะดวก เมืองสะอาด และคุณภาพชีวิตที่ดี มายกระดับคนกรุงเทพฯ โดยยึดหลักการทำงานที่ตรวจสอบได้และโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าทุกนโยบายที่นำเสนอจะช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องชาวบางขุนเทียน จอมทอง และคน กทม. ทุกเขต ได้อย่างแท้จริง เพราะผมเชื่อมั่นว่ากรุงเทพมหานครเป็นได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน"