นายกฯ อนุทิน นำทีมแถลงยึดทรัพย์มิจฉาชีพ-แก๊งยาเสพติดล็อตใหญ่กว่า 4 หมื่นล้าน ลั่นเป้าหมายคือ "ดึงเงินกลับมาคืนผู้เสียหาย" เมินพวกอ้างเส้นสายอิทธิพล ย้ำชัดทำผิดกฎหมายต้องคอตกเข้าคุก
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย จับมือ ปปง.-ตำรวจ-กระทรวงยุติธรรม แถลงผลงานชิ้นโบแดง ยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท ย้ำรัฐบาลยุคนี้เด็ดขาด ไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล ลั่นวาจา “เป็นใครก็ไม่สนถ้าทำผิดกฎหมาย” พร้อมสั่งเดินหน้ากระบวนการคืนเงินเยียวยาความทุกข์ให้ประชาชนผู้เสียหายโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการ ปปง., นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีสำคัญ หลังจากการปราบปรามปฏิบัติการ “พิฆาตยาเสพติด” ทลายเครือข่ายรายใหญ่ของ นายฐปนันท์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือ “หนูเฉิน” รวมไปถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงประชาชน และขบวนการฟอกเงินล็อตใหญ่
นายอนุทิน ระบุว่า ตั้งแต่ตนเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินจนถึงปัจจุบัน (รัฐบาลแรกต่อเนื่องถึงรัฐบาลที่สอง) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถร่วมกันยึดและอายัดทรัพย์สิน ทั้งเงินสด เอกสารสิทธิ์ และสินทรัพย์ประเมินค่าได้จากกลุ่มมิจฉาชีพไปแล้วมากกว่า 40,000 ล้านบาท โดยเน้นย้ำว่าเป้าหมายสำคัญของปฏิบัติการไม่ใช่แค่การจับคนร้ายเข้าคุก แต่คือการดึงเงินที่ถูกหลอกลวงไปกลับคืนสู่มือประชาชน
“ประชาชนที่ถูกหลอกลวงได้รับความทุกข์ที่สุดอยู่แล้ว การที่เราสามารถนำเงินทองมาคืนให้พวกเขาได้ ถือว่าเป็นสิ่งที่พวกเราทำถูกต้อง และเป็นกุศลในการบำบัดความทุกข์ พวกเขาคงไม่ได้คาดคิดหรอกว่าวันหนึ่งจะได้เงินส่งคืนกลับไป นี่คือเป้าหมาย ไม่ใช่จับอย่างเดียว คนพวกนั้นอยู่ในคุกก็เปลืองข้าวสุกเราด้วยซ้ำไป แต่สิ่งที่เราควรตั้งเป้าให้ชัดคือ ต้องเร่งนำทรัพย์สินที่ประชาชนถูกหลอกไป กลับมาคืนให้เขาให้ได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณทีมงาน ปปง. ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันหรือความพยายามขอให้ "ผ่อนหนักเป็นเบา" พร้อมทั้งฝากข้อความถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลหรืออาชญากรที่ชอบอ้างเส้นสายว่า
“ถ้าเจอพวกความจำเสื่อมที่ชอบถามว่า ‘รู้ไหมผมเป็นใคร’ เราไม่สนใจว่าเขาเป็นใคร ท่านพูดได้เต็มปากเลยว่า ‘เป็นใครก็ไม่สนถ้าทำผิดกฎหมาย’ เราจะไม่ให้ยาเตือนความจำเขา แต่เราจะให้เขาไปทบทวนความจำในคุก... จากนี้ไปเวลาโดนจับ ต้องไม่มีการมาลอยหน้าลอยตาเชิด ๆ อีก ต้องคอตก ต้องสลด และต้องรู้สึกเสียใจในการกระทำของตัวเอง”
นอกจากนี้ นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล รมว.มหาดไทย และผู้กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ด้วยตัวเอง ยืนยันว่าพร้อมเป็นแบ็กอัปและรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคนอย่างเต็มที่ หากกระบวนการทางกฎหมายมีช่องโหว่ รัฐบาลกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พร้อมจะใช้มติ ครม. หรือออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่ออุดช่องโหว่เหล่านั้นทันที เพื่อทำสำนวนคดีให้รัดกุมไม่ให้คนผิดหลุดรอดไปได้
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวสรุปว่า ขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ทำลายชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสายตาคู่ค้าและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดังนั้น การปราบปรามอย่างเด็ดขาดและสร้างระบบที่ปลอดภัย จะเป็นกุญแจสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นและ "เรียกแขก" ให้กลับมาลงทุนและท่องเที่ยวในประเทศไทยอย่างมั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของพวกเขาจะปลอดภัยอย่างแน่นอน



