ส่งกลิ่นฮั้วแรง! พิทักษ์เดช ประธาน กมธ.ปปง. เปิดฉากบี้โครงการยักษ์ดีอี ‘Thailand AI Passport’ งบก้อนโต 1,600 ล้านบาท แฉพิรุธเรียกแจงแต่ไร้เอกสาร ชี้กลุ่มบริษัทผู้ชนะเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางแค่ 1.5%
คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ปปง.) แถลงความคืบหน้ากรณีจับตาและตรวจสอบโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ “Thailand AI Passport” วงเงินงบประมาณจากกองทุนสูงถึง 1,600 ล้านบาท ส่อเค้ามีความไม่โปร่งใสและอาจเข้าข่ายการกระทำความผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูล
นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธาน กมธ.ปปง. เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกรมบัญชีกลาง ว่า ก่อนหน้านี้ กมธ. ได้ส่งหนังสือแจ้งวัฒนาประสงค์ให้ทั้งสองหน่วยงานจัดเตรียมเอกสารมาชี้แจงอย่างละเอียด แต่เมื่อถึงเวลานัดหมาย ทั้งกระทรวงดีอีและกรมบัญชีกลางกลับไม่ได้นำเอกสารหลักฐานใดๆ มาแสดงเลยแม้แต่แผ่นเดียว และใช้การชี้แจงด้วยวาจาแทนทั้งหมด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ
จากการซักถามในห้องประชุม กมธ. พบประเด็นพิรุธสำคัญที่น่าสงสัย 3 ด้าน ดังนี้:
1. ล็อคสเปกกลุ่มบริษัทเครือข่าย?
กระทรวงดีอีระบุว่าได้เชิญบริษัทเข้าร่วมเสนอราคากลางทั้งหมด 8 บริษัท แต่มีเพียง 3 บริษัทเท่านั้นที่ตอบรับ ซึ่งน่าสังเกตว่า ทั้ง 3 บริษัทนี้ได้ร่วมกันกำหนดราคากลางโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กับอีก 1 บริษัท และในท้ายที่สุด บริษัทในกลุ่มนี้ก็เป็นผู้ชนะการประกวดราคา โดยเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางไปเพียงแค่ 1.5% เท่านั้น
2. กรมบัญชีกลางปัดความรับผิดชอบ
เมื่อ กมธ. สอบถามถึงบทบาทการตรวจสอบที่มาของราคากลาง กรมบัญชีกลางกลับปฏิเสธโดยอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และระบุว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดีอีเพียงผู้เดียว ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามอย่างมากว่า เหตุใดหน่วยงานหลักที่ควบคุมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างกรมบัญชีกลาง ถึงไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดที่มาที่ไปของราคากลางในโครงการมูลค่าสูงขนาดนี้ได้
3. ส่อแววเอื้อประโยชน์-ฮั้วประมูล
ปัจจุบัน กมธ. ยังไม่ได้รับเอกสารลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงลึกของบริษัททั้ง 3 ราย โดยเฉพาะ "เส้นทางการเงิน" ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ ซึ่งหากตรวจพบว่าเงินมีความเชื่อมโยงถึงกันจริง จะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้วประมูล) ทันที
"เรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากและยังมีจุดคลุมเครืออยู่หลายแห่ง แม้กระทรวงดีอีจะยังยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อก็ตาม ทาง กมธ. จึงตั้งข้อสังเกตไว้ 3 ประเด็น และมีคำสั่งด่วนให้กระทรวงดีอีและกรมบัญชีกลางส่งเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการ รวมถึงรายชื่อคณะกรรมการตรวจรับโครงการทั้งหมดกลับมาให้ กมธ. ตรวจสอบอย่างละเอียดภายใน 5 วัน หากพบหลักฐานทุจริตจะส่งเรื่องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด" นายพิทักษ์เดช กล่าว