“จุลพันธ์” ยอมเบรกแก้ รธน. หลัง ภท. ถอนชื่อ ยันไม่ขัดแย้ง

“จุลพันธ์” ยอมเบรกแก้ รธน. หลัง ภท. ถอนชื่อ ยันไม่ขัดแย้ง
เพื่อไทยยอมเบรกยื่นแก้ รธน. หลังภูมิใจไทยถอนชื่อ “จุลพันธ์” ยันไม่เสียหลักการ ยอมรับสมการการเมืองต้องฟังพรรค 190 เสียง ชี้ไม่อยากเริ่มต้นด้วยความขัดแย้ง

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยยอมรับว่าขณะนี้มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น แม้เบื้องต้นพรรคจะมีความพร้อม 100% ในการยื่นร่างและมีรายชื่อจาก 7 พรรคการเมืองร่วมลงชื่อแล้วก็ตาม แต่เมื่อสมาชิกส่วนหนึ่งมีมติขอถอนชื่อออกเนื่องจากมีความห่วงใยในบางประเด็น พรรคเพื่อไทยก็พร้อมรับฟังด้วยความเคารพเพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก โดยเฉพาะในส่วนของพรรคภูมิใจไทยที่ได้แจ้งขอถอนชื่อออกไปนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ 30 รายชื่อเท่านั้น แต่ยังหมายถึงทิศทางการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคเพื่อไทยที่ต้องกลับมาทบทวน ทั้งนี้พรรคจะใช้เวลาหารือกับพรรคภูมิใจไทยถึงเหตุผล ความจำเป็น และข้อห่วงใย เพื่อหาแนวทางว่าจะปรับแก้หรือเดินหน้าต่ออย่างไร ขณะเดียวกันในสัปดาห์หน้า สมาชิกพรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมหารือรายละเอียดอีกครั้ง

นายจุลพันธ์ ย้ำว่า ความสำเร็จในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ตามกติกาปัจจุบันที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่างน้อย 1 ใน 3 ดังนั้นจำนวนสมาชิกที่ถอนชื่อไปจึงมีความสำคัญมาก เพราะส่งผลต่อทั้งองคาพยพของพรรคภูมิใจไทยและ สว. ที่มีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งพรรคต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจขั้นต่อไป

เมื่อถามว่า จะเสียหลักการของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะร่างของพรรคภูมิใจไทยดูจะแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น นายจุลพันธ์ ยืนยันว่าไม่เสียหลักการ เพราะพรรคต้องเคารพเสียงประชาชนและยอมรับความจริงว่าพรรคเพื่อไทยมีสมาชิกเพียง 74 ท่าน จึงไม่สามารถผลักดันร่างได้เพียงลำพัง หากพรรคภูมิใจไทยมีสมาชิกมากที่สุดถึง 190 กว่าท่าน ร่างหลักในการพิจารณาก็อาจต้องเป็นร่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนี่คือเรื่องของสมการทางการเมืองที่ต้องขับเคลื่อนไปตามความไว้วางใจที่ได้รับจากประชาชน

ต่อข้อซักถามที่ว่า หากฝืนส่งร่างเดิมเข้าไปจะมีโอกาสถูกตีตกตั้งแต่ในวาระแรกหรือไม่ นายจุลพันธ์ ระบุว่าพรรคเพื่อไทยทำงานแบบหวังผลและต้องการบรรลุวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาให้ประชาชน เป้าหมายที่ชัดเจนคือการมี สสร. ที่เป็นตัวแทนประชาชนเข้าไปยกร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยสูงสุด ดังนั้นในวันนี้จะยังไม่มีการยื่นร่าง แต่จะใช้เวลาทบทวนและพูดคุยกับหลายฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปและใช้กลไกที่มีอยู่บรรจุแนวความคิดของพรรคเข้าไปในร่างรัฐธรรมนูญให้ได้มากที่สุด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆ เพราะนายกรัฐมนตรีได้บอกกับตนแล้วว่าพรรคภูมิใจไทยมีข้อห่วงใย และทางนายภราดร ปริศนานันทกุล ก็ได้แจ้งล่วงหน้าก่อนจะมีการประชุมพรรคว่ามติอาจออกมาเป็นเช่นไร ทำให้พรรคทราบล่วงหน้าและพร้อมรับฟัง เพราะพรรคภูมิใจไทยมีเสียงถึง 190 กว่าเสียง ซึ่งถือเป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนการแก้ไขกฎหมายต่างๆ การถอนชื่อจึงไม่กระทบต่อการทำงานร่วมกันและไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ แต่อาจทำให้ร่างกฎหมายในขณะนี้ยังไม่สามารถยื่นได้และต้องมีการปรับเปลี่ยน ซึ่งต้องรอการพูดคุยให้ชัดเจนอีกครั้ง

"การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ ไม่สามารถเริ่มต้นด้วยความขัดแย้งได้ เราต้องพยายามสงวนจุดร่วมและหาจุดที่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้ในการขับเคลื่อนการแก้ไข ถ้าเราเริ่มต้นด้วยการยืนประจันหน้ากัน ผมรับประกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไปไม่ถึงความฝัน พรรคเพื่อไทยพร้อมรับฟังทุกฝ่าย ที่ผ่านมาเราเชื่อมั่นว่าร่างของเราเป็นประโยชน์และเป็นประชาธิปไตยที่สุดโดยไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาล แต่ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย ทั้งสมาชิกฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น นี่คือสิ่งที่พวกเราเชื่อ" นายจุลพันธ์ กล่าว

สำหรับประเด็นที่ นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับพระราชทานอภัยโทษนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่าสมาชิกพรรคทุกคนต่างรู้สึกยินดีกับครอบครัวของนายทักษิณ ส่วนประเด็นที่ว่าสมาชิกจะเข้าพบหรือนายทักษิณจะมาพบพรรคหรือไม่นั้น ยังไม่มีการพูดคุยกัน และขอยืนยันว่าไม่มีเรื่องการเข้ามาบริหารหรือครอบงำพรรคจากภายนอกแน่นอน เพราะพรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าด้วยอุดมการณ์ที่สืบทอดมาจากไทยรักไทยจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์ ยังได้ตอบข้อซักถามถึงกรณีของ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการทุจริตใน กทม. ในช่วงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยปฏิเสธว่าไม่มีการให้ "ไฟเขียว" ใดๆ และมองว่าเป็นความคิดเห็นรวมถึงข้อมูลส่วนตัวของนายจิรายุเอง ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามสิทธิของประชาชนคนหนึ่ง ไม่ได้ทำในนามสมาชิกพรรค แม้นายจิรายุจะเป็นสมาชิกพรรค แต่สมาชิกที่มีอยู่หลายแสนคนทั่วประเทศก็ไม่จำเป็นต้องเดินตามกรอบเดียวกันทั้งหมด ส่วนกรณีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น พรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าจะไม่มีกระบวนการส่งผู้สมัครในนามพรรค โดยจะปล่อยให้เป็นเรื่องของท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการต่อไป

TAGS: #เพื่อไทย #ภูมิใจไทย #แก้ไขรัฐธรรมนูญ #จุลพันธ์อมรวิวัฒน์ #ทักษิณชินวัตร