สภาฯ มติ 308 ต่อ 126 เสียง ใช้เอกสิทธิ์ ม.125 โหวตไม่ส่งตัว ชนนพัฒฐ์ ส.ส.กล้าธรรม ให้ DSI สอบคดีเว็บพนัน ด้านเจ้าตัวเปิดใจ ยันพร้อมสู้คดีแต่ต้องรักษาหลักการสภาฯ ลั่น หลังปิดสมัยประชุม หนีไม่พ้นอยู่ดี
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเสียงข้างมากไม่อนุญาตให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม ตามเอกสิทธิ์คุ้มครองของรัฐธรรมนูญ
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาวาระญัตติด่วน เรื่อง ขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหา และสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์ เพื่อดำเนินการตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง ได้กำหนดคุ้มครองเอกสิทธิ์ ส.ส. ห้ามมิให้มีการเรียกสมาชิกไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร
ภายหลังสมาชิกสภาฯ ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง นายชนนพัฒฐ์ ได้ลุกขึ้นกล่าวเปิดใจต่อที่ประชุม โดยระบุว่า ตนได้ตั้งใจรับฟังทุกคำแนะนำและคำติชมของเพื่อนสมาชิกทุกคน และพร้อมที่จะน้อมรับผลการโหวตในวันนี้
นายชนนพัฒฐ์ ยืนยันว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และขอยืนยันกับเพื่อนสมาชิกที่คัดค้านการโหวตส่งตัวว่า ตนมีความพร้อมและยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการอย่างแน่นอน แต่จำเป็นต้องยึดตามหลักการคุ้มครองเอกสิทธิ์ของความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นนี้ไว้ก่อน
“การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น หากปิดสมัยประชุมสภาฯ แล้ว ตนเองก็หนีไม่พ้นอยู่ดี และตนก็มีความพร้อม แต่หลักการของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราต้องยึดตามหลักการในประเด็นนี้” นายชนนพัฒฐ์ กล่าว
จากนั้น ประธานในที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกลงมติ โดยมีจำนวนผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 432 คน ผลปรากฏว่า:
-
เห็นด้วย (ให้ส่งตัว): 126 เสียง
-
ไม่เห็นด้วย (ไม่ให้ส่งตัว): 308 เสียง
-
งดออกเสียง: 2 เสียง
-
ไม่ลงคะแนนเสียง: 3 เสียง
ส่งผลให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติอย่างเป็นเอกฉันท์ ไม่อนุญาต ให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ไปรับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนในระหว่างสมัยประชุมตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ โดยต้องรอจนกว่าจะมีการปิดสมัยประชุมสภาฯ จึงจะสามารถดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปได้