ครม.เงา  ถล่มรัฐบาลอนุทินเหลวแก้ปุ๋ยแพง - จี้เดินหน้าแก้รธน.-ดัน 7 ร่างกม.ค้างเข้าสภาฯ

ครม.เงา  ถล่มรัฐบาลอนุทินเหลวแก้ปุ๋ยแพง - จี้เดินหน้าแก้รธน.-ดัน 7 ร่างกม.ค้างเข้าสภาฯ
"ณัฐพงษ์" นำทีม ครม. เงา ถล่มรัฐบาลอนุทินเหลวแก้ปุ๋ยแพง จี้ ครม. เร่งเคาะ 3 เรื่องด่วนในสัปดาห์นี้ ยืนยันร่าง แก้ไข รธน. ออกกฎกระทรวงรับรองสูตร CARE - จี้รัฐบาลดึง 7 ร่างกฎหมายเข้าสภาก่อนเส้นตาย

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีม ครม.เงา แถลงผลการประชุมครั้งที่ 2 ระบุว่า วันนี้มีประเด็นหลากหลาย ทั้งเรื่องที่ไทยแสดงท่าทียกเลิก MOU44, เรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ ที่พรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นคำร้องตามมาตรา 173 ของรัฐธรรมนูญ, เรื่องที่ ครม. ยังไม่มีมติยืนยันนำร่างรัฐธรรมนูญกลับมาแก้ไขเพิ่มเติมกลับมาพิจารณาต่อในรัฐสภา ทั้งที่ประชาชนลงความเห็นชอบผ่านประชามติไปแล้ว 21 ล้านเสียง ตลอดจนเสียงสะท้อนปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร ตลอดจนสิ่งที่พรรคประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเร่งด่วนเนื่องจากพรุ่งนี้จะมีการประชุม ครม. 

รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ขณะที่เกษตรกรทั่วประเทศกำลังเผชิญวิกฤตปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูง อันเป็นผลพวงจากวิกฤตพลังงานโลก

นาย ณัฐพงษ์ เน้นย้ำ ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของ ครม.เงา พรรคประชาชนคือการเป็นเวทีส่งเสียงแทนกลุ่มผู้เดือดร้อนที่ถูกรัฐบาลละเลย หลังจากครั้งก่อนได้เปิดเวทีรับฟังกลุ่มขนส่งและประมง ซึ่งแบกรับต้นทุนพลังงานสูงที่สุดในประเทศแต่ไม่ได้รับการดูแลอย่างเป็นสัดส่วน ครั้งนี้จึงเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังตัวแทนเกษตรกรจากหลายภาคส่วนที่กำลังเผชิญปัญหาปุ๋ยขาดแคลน ราคาสูง  และปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ

นายณัฐพงษ์ ชี้ให้เห็นความล้มเหลวสองด้านหลักของรัฐบาล ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ที่พบพฤติกรรมปุ๋ยในโครงการ "ปุ๋ยธงเขียว" ถูกจำหน่ายเกินราคาแนะนำของกระทรวงเอง ทั้งที่ขายในงานทางการซึ่งกระทรวงเป็นผู้จัด และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ประกาศว่าจัดซื้อปุ๋ยจากรัสเซียได้ 2 ล้านตัน แต่สุดท้ายก็พับโครงการไป ก่อนหันมาเบิกงบกลาง 5,000-6,000 ล้านบาทเพื่อจัดทำโครงการปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งมีไม่สะท้อนความต้องการของเกษตรกร 

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงพระราชกำหนดกู้เงิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาลว่า นอกจากเตรียมกู้เงินแล้ว รัฐบาลไม่ได้เตรียมพร้อมในมิติอื่นใด ไม่มีการพูดถึงปัญหาภาคเกษตรที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลไม่ควรเริ่มต้นจากการคิดแจกเงินเพื่อกอบกู้คะแนนนิยมที่ตกต่ำ แต่ควรเริ่มต้นจากปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแต่ละกลุ่ม

พรรคประชาชนเสนอว่า ควรกันเงินจากพ.ร.ก.กู้เงินไว้ 40,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1 ใน 10 ของวงเงินกู้ทั้งหมด เพื่อใช้ช่วยเหลือภาคเกษตรกรอย่างครอบคลุมและสำรองไว้เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอดทั้งปี 2569 

หากเป็นรัฐบาลประชาชนถ้าจำเป็นต้องกู้เงิน เช่น พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลพยายามสอดไส้ เอา 200,000 ล้านบาท ที่ไม่ได้มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เป็นเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานมาสอดไส้ใน พ.ร.ก. เงินกู้นี้ หากจำเป็นต้องกู้ รัฐบาลประชาชนจะกู้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนมากที่สุดในประเทศนี้ ซึ่งมีการสรุปวงเงินออกมาแล้วอยู่ที่ 40,000 ล้านบาทก็สามารถช่วยเหลือได้ครอบคลุมและทั่วถึง

นายณัฐพงษ์ ชี้ว่า หากเป็นรัฐบาลพรรคประชาชน จะแบ่งบทบาทกระทรวงให้ชัดเจน กระทรวงเกษตรฯ รับหน้าที่จัดหาปุ๋ยจากต่างประเทศ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์รับหน้าที่ควบคุมราคาและดูแลสินค้านำเข้า พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลปริมาณปุ๋ย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรีย และประกาศราคาควบคุมปุ๋ยแต่ละสูตรในแต่ละพื้นที่ให้เกษตรกรตรวจสอบได้ทุกวัน ถ้าเป็นรัฐบาลประชาชนเราจะทำให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร พร้อมทั้งจะถือโอกาสนี้เก็บข้อมูลคุณภาพดินและผลิตภาพการเกษตร เพื่อวางแผนการใช้ปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรในระยะยาว ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของภาคเกษตรไทยให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยัง เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญภายในสัปดาห์นี้  คือ 1. ครม. ต้องยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา

นายณัฐพงษ์ ชี้ว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติไม่ยืนยันให้ความเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ส่งผลให้ร่างกฎหมายดังกล่าวตกไปตามมาตรา 147 และต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด บัดนี้วันที่ 14 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่รัฐบาลจะยืนยันให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ทั้ง 2 ฉบับ ได้แก่ ฉบับของพรรคภูมิใจไทยและฉบับของพรรคประชาชน กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภา พร้อมกล่าวเน้นย้ำว่าการตัดสินใจในครั้งนี้จะสะท้อนความจริงจังในการแก้รัฐธรรมนูญและสะท้อนการแสดงความเคารพต่อเจตจำนงของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง ที่เคยลงประชามติเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ 

2. เรียกร้อง ครม. รับรองกฎกระทรวงรับรองสูตร CARE

นาย ณัฐพงษ์ ติดตามเรื่องกฎกระทรวงรับรองสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพแบบ CARE (Career Average Revalued Earnings) ซึ่งกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมขอให้ออกกฎกระทรวงรับรองภายใน 15 วัน

ในครั้งนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รับปากว่าเห็นด้วยในทางหลักการและจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว แต่ปัจจุบันผ่านมากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าใดปรากฏให้เห็น ณัฐพงษ์จึงเรียกร้องให้รัฐมนตรีดำเนินการโดยไม่ชักช้า เพราะนี่คือสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนหลายล้านคนรอคอยอยู่

3. เร่ง ครม. ยืนยัน 7 ร่างกฎหมายก่อนเส้นตาย 12 พ.ค.

นายณัฐพงษ์ เตือนว่า มีร่างกฎหมายของพรรคประชาชนที่ค้างมาจากสภาชุดก่อน จำนวน 7 ฉบับ ซึ่งคณะรัฐมนตรีต้องลงมติยืนยันภายในวันอังคารที่ 12 พ.ค.นี้ มิฉะนั้นร่างทั้งหมดจะตกไปโดยอัตโนมัติและต้องเริ่มต้นกระบวนการนิติบัญญัติใหม่ทั้งหมด

ร่างกฎหมายทั้ง 7 ฉบับประกอบด้วย พ.ร.บ. PRTR ว่าด้วยการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ, พ.ร.บ. โรงงาน สำหรับควบคุมโรงงานก่อมลพิษสูงด้วยระบบใบอนุญาตรายปีและประกันสิ่งแวดล้อม, พ.ร.บ. นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า, พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน เพื่อปรับชั่วโมงทำงานและวันลาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล, พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อปฏิรูปศาลทหารและขยายสิทธิประชาชนในการฟ้องคดี รวมถึง ร่าง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา และ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเพิ่มบทบาทครูในการมีส่วนร่วมตัดสินใจด้านการศึกษา

TAGS: #ปชน. #พรรคประชาชน #ครมเงา #แก้รธน #ปุ๋ยแพง #ณัฐพงษ์