ที่ประชุมวุฒิสภาเดือด สว.รุมวิจารณ์ กกต.อย่างหนัก ชี้การจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำประชาชนเสื่อมศรัทธา “เปรมศักดิ์” ซัดแรง ตั้งคำถามความเป็นอิสระ พร้อมเตือนอำนาจที่ไร้ความน่าเชื่อถือย่อมไร้ค่า
ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารายงาน ผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ 2567 ตามมาตรา 22 (8) แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ 2560 โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)นำข้าราชการ 12 คนมาชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา
ทั้งนี้ การอภิปรายของสว.ส่วนใหญ่ตำหนิการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งของกกต.ในช่วงที่ผ่านมาว่าทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาและไม่เชื่อถือ โดยเฉพาะการเลือกตั้ง สว.และสส. โดยนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ได้อภิปรายระหว่างกกต.ในวันนี้มีภาพลักษณ์ต่างจากสมัย นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาฯ เป็นกกต.เป็นอย่างมาก ภาพลักษณ์ของกกต. คนคาดหวังว่าจะมีความโปร่งใสในการเลือกตั้งทุกระดับ ถ้าจำกันได้สมัยก่อนจัดการเลือกตั้งโดยกระทรวงมหาดไทยมาโดยตลอด มีกกต.ครั้งแรกในรัฐธรรมนูญปี 2540 กกต.ช่วงนั้นเป็นกกต.ในฝันของประชาชน ที่ตนประทับใจมีกกต.ท่านหนึ่งประกาศการรับรองสส.ว่า จะไม่ยอมให้คนชั่วเหยียบบันไดสภา การเลือกตั้งครั้งนั้นจึงบริสุทธิ์โปร่งใสเป็นที่นับถือจนเป็นตำนานของการเลือกตั้งที่เรามีกกต.ชุดแรก หลังรัฐธรรมนูญปี 2540 เราก็มีกกต.มาถึงทุกวันนี้ เพราะประชาชนอยากให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่อยากให้นักการเมืองที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นองค์กรที่คุมกรรมการการเลือกตั้ง
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า แต่ตนดูรายงานจากเอกสารที่กกต.เสนอต่อวุฒิสภาพบว่า ท่านบอกจัดการเลือกตั้งได้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่ประชาชนคนตรวจการบ้านกลับมองสวนทางกับรายงานที่เสนอมา ในรายงานบอกว่า มีความเรียบร้อยโปร่งใส แต่ประชาชนกลับตั้งคำถามมากมายถึงการเลือกตั้งสสและสว.ที่ผ่านมา รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ
"มีประชาชนพูดตรงกันทั่วประเทศว่าอย่ามาแหวง แต่เลขาธิการกกต.กับบอกอย่างภูมิใจว่าท่านไม่ถือท่านไม่โกรธและชอบด้วยซ้ำ ค้านกับความรู้สึกของประชาชนเพราะคำว่าอย่ามาแหวง เขาหมายถึงว่า ไม่เชื่อถือแล้วจะมาภูมิใจในความไม่เชื่อถือนี้ได้อย่างไร อยากถามเลขาธิการกกต.ว่า ปากกับใจตรงกันหรือไม่ ที่พูดว่าชอบคำพูดอย่ามาแหวง ความจริงน่าจะเอาความเสียงสะท้อนนี้ตรวจสอบว่าทำไมประชาชนพูดแบบนี้ ผมจำได้เลขาธิการกกต.คนแรกสมัยนายวิจิตร อยู่สุภาพประชาชนก็ไม่เคยบอกว่า อย่ามาวิจิตร แต่เวลานี้ทำไมประชาชนตั้งคำถามว่ากกต. อิสระจริงหรือไม่"นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในรายงานกกต.บอกว่าในปี 2569 จะเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างยิ่ง จะมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ จึงอยากถามว่า กกต.ได้ทำตามที่ท่านได้บอกว่า ท้าทายแล้วใช่หรือไม่ ในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมามีการทำประชามติในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญปรากฏว่า ประชาชนกว่า 21 ล้านคนเห็นควรให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในการแแถลงนโยบายรัฐบาล ในร่างนโยบายไม่มีการเขียนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยแม้บรรทัดเดียว ถ้าตนเป็นกกต.โวยไปแล้ว และอนาคตการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรในเมื่อไม่มีในนโยบายรัฐบาล แล้วกกต.ยังนิ่งเฉยได้อย่างไร
"รายงานของกกต.ที่ส่งให้สมาชิกวุฒิสภาพิจารณาทำอย่างสละสลวย ทำให้ผมเคลิ้มแต่ขาดศรัทธา วันนี้ศรัทธาถูกบั่นทอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า องค์กรอิสระแห่งนี้จะคงอยู่ต่อไปได้อย่างไรบนศรัทธาที่เสื่อมคลอนลงมาเรื่อยๆ ผมอยากพูดคำหนึ่งให้เลขาธิการกกต.และคณะที่มาชี้แจงว่า วันนี้ท่านมีอำนาจท่านมีบทบาทในการจัดการเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญมอบหมาย แต่อำนาจที่ปราศจากความน่าเชื่อถือจะเป็นอำนาจที่ไร้ความหมาย"นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว