ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งรับคำร้อง ป.ป.ช. ขอวินิจฉัยจริยธรรมร้ายแรง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” กับพวกรวม 44 คน กรณีร่วมเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมกำหนดให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 14 วัน
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งรับคำร้องคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง กับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ 1 กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน ในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
คดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ระหว่างวันที่ 10 ก.พ. 2564 ถึง 25 มี.ค. 2566 ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา
โดยคำร้องระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการลดทอนสถานะและการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ อันอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 และแม้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งข้อบกพร่องแล้ว แต่ผู้ถูกร้องยังคงยืนยันเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว
ป.ป.ช. เห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทั้งในประเด็นไม่ยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่พิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่ง
ศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และให้ส่งสำเนาคำร้องพร้อมเอกสารให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน โดยกำหนดให้ยื่นคำคัดค้านภายใน 15 วัน
ทั้งนี้ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า สำหรับผู้คัดค้านบางราย ได้แก่ ผู้คัดค้านที่ 3, 7, 17, 19, 23, 24, 26, 34, 35 และ 38 ยังไม่มีพฤติการณ์กระทำซ้ำ และยังมีหน้าที่ในฐานะ ส.ส. จึงยังไม่จำเป็นต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ห้ามกระทำซ้ำหรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกับที่ถูกกล่าวหา หากฝ่าฝืนศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงมาตรการ
ศาลยังได้กำหนดนัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 30 มิ.ย. 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 ส.ค. 2569 เวลา 09.30 น. พร้อมแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว