“ณัฐพงษ์” ฝากรัฐบาลเร่งฟื้นความชอบธรรม กล้าตรวจสอบคนของตัวเอง ไม่ทำธุรกิจการเมือง-หาผลประโยชน์ต่างตอบแทน ฝากประชาชนขอให้มีความหวัง-ร่วมตรวจสอบติดตามการเมืองใกล้ชิด
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอชื่อและพิจารณาบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคประชาชน ได้ร่วมอภิปรายเสนอข้อห่วงใยต่อที่ประชุม และข้อฝากไปถึงรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีในอนาคต
โดย นายณัฐพงษ์ระบุว่าวันนี้การที่พรรคประชาชนรับรองและเสนอชื่อตนเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เพื่อต้องการที่จะจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพราะประชาชนทั้งประเทศต่างรู้ดีว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่แท้จริงเกิดขึ้นตั้งแต่คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แล้ว และพรรคประชาชนไม่เคยดำเนินการหรือมีความพยายามใดในการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง และตนก็อยากให้สภายึดถือหลักการนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ควรจะต้องทำร่วมกันในการเมืองระบบรัฐสภา ที่ไม่ว่าพรรคใดจะชนะการเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ควรจะได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน
การอภิปรายในวันนี้จึงไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่วิธีการแสดงวิสัยทัศน์ แต่เป็นเวทีการแสดงข้อห่วงใยต่อประเทศชาติ ซึ่งการแก้ไขข้อห่วงใยดังกล่าวจะต้องประกอบไปด้วยรัฐบาลที่มีความชอบธรรม มีเจตจำนงทางการเมือง และคณะรัฐมนตรีที่มีหน้าตาที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าในด้านความชอบธรรมของรัฐบาล เหตุผิดปกติที่เกิดขึ้นในการโยกย้ายข้าราชการในฝั่งกระทรวงมหาดไทย ซึ่งหลายส่วนก็เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา รัฐบาลอาจจะบอกว่าการจัดเลือกตั้งนั้นไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาลโดยตรง แต่เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. แต่อีกวิธีที่รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาได้บางส่วน ก็คือการกำกับดูแลจัดการคนในของตัวเอง
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เช่น กรณีสุพรรณบุรี เขต 2 กกต. เองก็มีการสอบภายในแล้วว่าการนับคะแนนมีเหตุผิดปกติอย่างยิ่ง เมื่อคะแนนที่มีการนับใหม่กับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากการที่คณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไม่ได้มีการโชว์บัตรเลือกตั้งให้ประชาชนเห็น ทำให้ประชาชนตั้งคำถามเป็นจำนวนมาก ว่าแล้วหน่วยเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สังเกตการณ์จะมีปัญหาแบบนี้เช่นเดียวกันหรือไม่ และไม่มีใครในประเทศนี้ที่เชื่อหรอกว่า กปน. ดำเนินการด้วยตัวเองโดยพลการ โดยไม่มีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
ดังนั้นสิ่งที่ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป ในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะดำเนินการได้คือการตรวจสอบคนของตัวเองอย่างเข้มงวด และถ้ามีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สิ่งที่สังคมคาดหวังคือการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาในการจัดการคนของของตัวเอง ก็น่าจะพอที่จะกอบกู้ศรัทธาความเชื่อมั่นกลับมาได้บางส่วน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ข้อน่าเป็นห่วงประการต่อมาคือเรื่องของวิกฤตและภัยที่กำลังแวดล้อมประเทศไทยในปัจจุบัน มีทั้งภัยจากภายนอกและภัยจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และธรรมาภิบาลของภาครัฐ ทุกคนเห็นแล้วว่าสถานการณ์ภัยความมั่นคงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยอย่างไรบ้าง และยังมีความขัดแย้งอีกหลายส่วนที่กำลังเกิดขึ้นรอบโลก รวมถึงที่ประเทศไทยเองก็มีความขัดแย้งด้านชายแดนกับประเทศกัมพูชา ทุกปัญหาภัยความมั่นคงและความขัดแย้งเหล่านั้นล้วนส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจปากท้องของคนในประเทศไทยอย่างหลีกหนีไม่พ้น
ทุกวันนี้เศรษฐกิจของคนตัวเล็กตัวน้อย เอสเอ็มอี โรงงานต่างๆ ในประเทศกำลังถูกปิดลงเป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยปัญหาสินค้าเถื่อนราคาถูกไหลทะลักจากต่างประเทศ แต่ต้นตอจริงๆ ก็คือปัญหาการทุจริต ที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐเกี่ยวข้องแทบทุกระดับ วันนี้ลุกลามบานปลายไปถึงภาคเกษตร มีล้งต่างชาติ ธุรกิจนอมินีต่างประเทศ เข้ามากดราคาสินค้าเกษตรไทย ผลผลิตการเกษตรจากต่างประเทศไหลทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตของเกษตรกรไทยขายไม่ออกและราคาตกต่ำ
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าเมื่อประชาชนมีเงินในกระเป๋าที่ลดลง คุณภาพชีวิตทั้งการศึกษาและการรักษาก็ต่างมีปัญหา ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นประเทศที่ใครมีเงินมากกว่าย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แทนที่ไม่ว่าจะเกิดมารวยหรือจนล้วนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการรักษาที่เท่าเทียมกันได้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการเลือกตั้งที่เป็นทางออก ในการได้รัฐบาลชุดใหม่ที่สามารถเข้ามาหาทางออกให้กับประเทศได้
พรรคประชาชนเชื่อในการทำงานการเมืองเพื่อประชาชน รัฐบาลต้องมีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลมีเจตจำนงทางการเมือง เข้าไปแล้วกล้าที่จะชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง กล้าที่จะตรวจสอบคนของตัวเอง ไม่ได้เข้าไปเพื่อทำธุรกิจการเมืองหรือได้รับผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่มีบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่อาจมีส่วนพัวพันกับกลุ่มธุรกิจพลังงาน และเกี่ยวข้องกับวิกฤตปัญหาน้ำมันที่เกิดขึ้น ไม่มีบุคคลระดับสูงในรัฐบาลที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่รับงานก่อสร้างภาครัฐหลายส่วน แล้วทำการก่อสร้างที่ขาดคุณภาพ จนเกิดเหตุเครนถล่มและปัญหาต่างๆ ที่ผ่านมาในอดีต
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าปัญหาที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่สะสมมาอยู่เรื่อยๆ และกำลังทำลายความหวังของประชาชนคนไทยลงไปเรื่อยๆ วันนี้สิ่งที่พรรคประชาชนพร้อมน้อมรับคือผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ขอฝากไปถึงว่าที่รัฐบาลและว่าที่นายกรัฐมนตรีคนถัดไป ขอให้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่มากที่สุด สำหรับพรรคประชาชน วิธีในการทำงานการเมืองอาจจะแตกต่างไป ท่านอาจคิดว่าการเมืองก็เป็นแบบนี้ มันก็ต้องทำแบบนี้ ไม่เช่นนั้นก็เข้าสู่อำนาจไม่ได้ แต่พวกตนก็เป็นเช่นนี้ ทำวิถีทางการเมืองแบบนี้ วันนี้ก็เลยยังเป็นพรรคฝ่ายค้านอยู่
แต่ตนเชื่อว่าวิธีการในการทำงานการเมืองของพรรคประชาชนที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้ช่วยพาสังคมไทยไปข้างหน้า ขอให้ทุกคนอย่าหมดความหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ว่านักการเมืองในประเทศนี้จะเลือกวิถีทางใด ถ้าประชาชนร่วมกันสอดส่องตรวจสอบ ตัดสินใจในการเข้าคูหาเลือกตั้งอย่างดีที่สุด ในวันนั้นประเทศจะเปลี่ยนได้ พรรคประชาชนในวันนี้จะเดินหน้าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ต่อไป และขอให้สมาชิกพรรคประชาชนเชื่อมั่นในสิ่งที่ทุกคนทำอยู่ สิ่งที่ทุกคนทำมีความหมาย และพวกตนแกนนำพรรคในปัจจุบัน ไม่รู้ว่าวันนี้จะเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้ายหรือไม่ แต่เราก็ยังเดินหน้าทำหน้าที่แบบนี้อยู่เคียงข้างกับทุกคนต่อไป จนกว่าอำนาจสูงสุดจะเป็นของประชาชน