กองทัพบกย้ำการดูแลคลังอาวุธทั่วประเทศเป็นไปตามมาตรฐานสากล มีการแยกจัดเก็บและเพิ่มมาตรการเข้มช่วงหน้าร้อน ระบุเหตุอัคคีภัยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ พร้อมชี้โอกาสก่อวินาศกรรมหรือส่งสายลับทำได้ยาก
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงมาตรการดูแลคลังอาวุธของกองทัพ ภายหลังเกิดเหตุอัคคีภัยภายในคลังกระสุนของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน จังหวัดสุรินทร์ ว่า การดูแลคลังอาวุธมีระเบียบและเจ้าหน้าที่รับผิดชอบชัดเจน เป็นไปตามมาตรฐานสากล ทั้งด้านที่ตั้ง การบริหารจัดการพื้นที่ และระบบความปลอดภัย ซึ่งใช้หลักการเดียวกันทั้งหน่วยทหารและตำรวจ
พล.ต.วินธัย ระบุว่า โดยสถิติที่ผ่านมา เหตุลักษณะดังกล่าวมักเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งอาจทำให้เกิดการปะทุและลุกไหม้ได้ อีกทั้งการจัดเก็บอาวุธและกระสุนจะมีการบริหารความเสี่ยง เช่น การแยกจัดเก็บเป็นสัดส่วน ไม่รวมไว้ในจุดเดียวทั้งหมด
ทั้งนี้ ยอมรับว่าสาเหตุของคลังกระสุนระเบิด นอกจากปัจจัยเรื่องอากาศร้อนแล้ว ยังอาจมีปัจจัยอื่น เช่น การเคลื่อนย้ายหรือการทำความสะอาด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการจัดเก็บอาวุธซึ่งเป็นวัตถุอันตราย ดำเนินการภายใต้มาตรฐานเดียวกับระบบสากล
เมื่อถามว่าสามารถตัดประเด็นการก่อวินาศกรรมออกไปได้หรือไม่ โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า โอกาสเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากข้อมูลที่มีไม่ปรากฏลักษณะดังกล่าว อีกทั้งที่ตั้งคลังอาวุธส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตอนใน ไม่ได้ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน และอยู่ห่างจากชุมชนหรืออาคารอื่น มีการแยกพื้นที่ชัดเจน โดยเฉพาะคลังที่เก็บวัตถุระเบิดขนาดใหญ่จะมีรูปแบบอาคารเฉพาะ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอาวุธประจำหน่วย จึงไม่ใช่อาวุธหนัก
“ทุกอย่างมีระบบบริหารจัดการ ทั้งที่ตั้ง วิธีจัดเก็บ การนำไปใช้ และการจำหน่าย อยู่ภายใต้ระเบียบทั้งหมด ขณะที่คลังแสงของกองทัพบกทั่วประเทศได้กำชับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน” พล.ต.วินธัย กล่าว
โฆษกกองทัพบก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงใกล้ฤดูร้อนจะมีการกำชับเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากจากประวัติที่ผ่านมา เหตุในลักษณะนี้มักเกิดในช่วงอากาศร้อน ส่วนกรณีที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่เกิดในช่วงกลางวันที่อากาศร้อนที่สุดนั้น ต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอื่นร่วมด้วย เพราะบางครั้งการปะทุอาจเกิดจากการสะสมความร้อนต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางวัน โดยเจ้าหน้าที่มีการตรวจตราตามรอบเวรตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
สำหรับความกังวลว่าอาวุธและกระสุนที่ได้รับความเสียหายเป็นส่วนที่ใช้ดูแลพื้นที่ชายแดนและอาจกระทบต่อภารกิจความมั่นคงหรือไม่นั้น พล.ต.วินธัย ชี้แจงว่า คลังดังกล่าวเป็นคลังระดับหน่วย มีกระสุนในปริมาณจำกัดสำหรับใช้งานประจำหน่วยเท่านั้น ไม่ได้มีจำนวนมาก และไม่ได้เป็นอาวุธหนักเหมือนคลังระดับส่วนกลาง จึงประเมินว่าไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจรักษาความปลอดภัยในภาพรวม โดยหากใช้หมดก็สามารถดำเนินการจัดหาเพิ่มเติมตามขั้นตอนต่อไป