ปชน. จัดสัมมนาใหญ่ติวเข้ม ส.ส.- รับมือสถานการณ์การเมือง "ณัฐพงษ์" ยันพร้อมรับมือคดี 44 สส. ลั่นไม่ยึดติดเก้าอี้

ปชน. จัดสัมมนาใหญ่ติวเข้ม ส.ส.- รับมือสถานการณ์การเมือง
“พรรคประชาชน” จัดสัมมนาใหญ่ติวเข้มสส.-รับมือสถานการณ์การเมือง ด้าน "ณัฐพงษ์" ยันปชน. พร้อมรับมือคดี 44 สส. ลั่นไม่ยึดติดเก้าอี้ - ผู้นำฝ่ายค้าน เผยวางตัวตายตัวแทนทำงานสภา-กมธ.

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จัดสัมมนาใหญ่พรรคประชาชน มีแกนนำพรรคประชาชน และคณะก้าวหน้า เช่น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าร่วมเป็นวิทยากรในงาน โดยมีว่าที่ สส.และผู้สมัคร สส.พรรคประชาชนทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต เข้าร่วมสัมมนาทั้ง 500 คน โดยจะเป็นการถอดบทเรียนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และเตรียมพร้อมการทำงานของ สส.ใหม่รวมถึงเตรียมรับมือสถานการณ์ทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีการจัดสัมมนาตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา

สำหรับการสัมมนาในวันนี้ มีการจัดกลุ่มย่อยตามเขตพื้นที่ต่างๆ เพื่อสรุปบทเรียน ว่าทำไมพรรคประชาชนถึงไม่ชนะเลือกตั้งในบางพื้นที่ แล้วเปิดให้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกัน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เผย ถึงกระแสเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคเพื่อรองรับคดี 44 สส. ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยยอมรับว่ามีการหารือในที่ประชุมสัมมนาพรรคประชาชน และยังคงยืนยันหลักความบริสุทธิ์ของตนเองและคนที่อยู่ในข่ายคดี 44 สส. ว่าไม่ควรมีใครที่จะต้องถูกดำเนินคดีในเรื่องนี้ ที่เป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย และเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้ที่ดำรงตำแหน่ง สส. แต่เพื่อบริหารความเสี่ยงทั้งหมดมีการหารือกัน ว่าหากถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง พร้อมปรับเปลี่ยนบทบาทตัวเอง ไปทำหน้าที่อย่างอื่น เช่นการสร้างเครือข่ายของพรรคให้เข้มแข็งในพื้นที่เพื่อทำให้พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งในครั้งหน้า

“ ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคที่ผูกพันกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน อยู่ที่ประชุมใหญ่ของพรรคประชาชนที่จะหารือกันว่าจะเลือกใครขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเป็นผู้นำฝ่ายค้านคนต่อไป อย่าพึ่งพูดไปถึงตรงนั้น ผมว่าเราจับตาดูเรื่องของคดีที่จะออกจาก ป.ป.ช. ไปศาลฎีกาว่าเป็นอย่างไร” นายณัฐพงษ์กล่าว 

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงข้อต่อสู้ในคดีที่ได้เตรียมไว้ว่า ตอนนี้ยังอยู่เท่าเดิมที่เคยให้สัมภาษณ์ไป คือทีมกฎหมายของพรรคประชาชนได้ยื่นคำร้องสำหรับว่าที่ สส. ทั้ง 10 คน คือ สส.บัญชีรายชื่อ8 และ สส.เขต 2 คน เพื่อยื่นต่อศาลฎีกาเพื่อขอศาลมีคำคำสั่งไม่ให้ ผู้ที่ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องรอฟังคำตอบจากศาลฎีกาอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีคำสั่งอย่างไร

เมื่อถามว่ากังวลเรื่องสถานการณ์ภายในพรรคหรือไม่หากต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ไปแกนนำจะหายไปทั้งหมด นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ไม่ได้กังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลไกตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการ หรือคนที่จะมาทำหน้าที่ฝ่ายค้าน มีการวางตัวบุคลากรที่มีความพร้อมที่จะขึ้นทำหน้าที่แทนหมดแล้ว จึงไม่ได้กังวลในส่วนนั้น โดยไม่ขอเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ได้เตรียมเอาไว้ เพียงยอมรับว่าในที่ประชุมมีการหารือกันเป็นการภายใน

สำหรับกรณีบัตรเลือกตั้งใหม่ในเขตคันนายาวที่ไม่มีเลขต้นขั้ว ณัฐพงษ์ตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแบบพิมพ์ทั้งที่บัตรเดิมยังเหลือจำนวนมาก สะท้อนว่ากระบวนการก่อนหน้าอาจมีปัญหา พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลใบขีดคะแนนทุกหน่วยอย่างโปร่งใส และเตรียมดำเนินการตามกฎหมายมาตรา 157

บทเรียนสำคัญจากการเลือกตั้ง พรรคประเมินว่าการทำงานเชิงความคิดยังได้รับการสนับสนุน โดยคะแนนบัญชีรายชื่อยังเป็นอันดับหนึ่ง และประชาชนจำนวนมากเห็นด้วยกับแนวทางจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่างานพื้นที่ยังไม่เข้มข้นเพียงพอ จึงเตรียมจัดตั้งเครือข่าย “อาสาส้ม” ทั่วประเทศ เพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่ ติดตามการทุจริต และสร้างความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น

นายณัฐพงษ์ย้ำว่า การแข่งขันกับเครือข่ายการเมืองท้องถิ่นต้องใช้การทำงานใกล้ชิดประชาชนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงพึ่งโครงสร้างอุปถัมภ์เดิม พร้อมเดินหน้าปรับยุทธศาสตร์เพื่อคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
 

TAGS: #พรรคประชาชน #ปชน #ณัฐพงษ์