‘สุชาติ’ ลั่นไม่หวั่นนายทุนภูเก็ตร้องศาลปกครอง ย้ำเดินหน้าทวงคืนหาดถึงที่สุด ฮึ่มล่า ‘จิ๊กโก๋ปลายซอย’ อยู่เบื้องหลังรุกที่รัฐ เตรียมพร้อมทุกขั้นตอน หากไม่รื้อถอนพร้อมบังคับใช้กฎหมาย
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ชายหาดในจังหวัดภูเก็ต โดยยืนยันว่า กระทรวงฯ จะเดินหน้าทวงคืนพื้นที่ของรัฐอย่างเต็มที่ ไม่หวั่นแม้เอกชนบางรายยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอความคุ้มครอง พร้อมย้ำว่าไม่มีนายทุนรายใดใหญ่กว่ากฎหมาย และหากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการจนถึงที่สุด
นายสุชาติ กล่าวว่า การดำเนินการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาพื้นที่ชายหาด เช่น หาดนุ้ย และหาดฟรีด้อม
ในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้เข้าไปติดประกาศคำสั่งรื้อถอนบริเวณโรงแรมขนาดใหญ่ 2 แห่ง พร้อมขอบคุณผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้คดีมายาวนานกว่า 10 ปี กระทั่งศาลมีคำตัดสินเป็นที่สุด จึงต้องยอมรับผลของกระบวนการยุติธรรม โดยเจ้าหน้าที่ให้เวลารื้อถอนประมาณ 1 เดือน หากครบกำหนดแล้วยังไม่มีการดำเนินการ เจ้าหน้าที่จะเข้ารื้อถอนตามอำนาจของกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า แม้จะรู้สึกเสียดายสิ่งปลูกสร้าง แต่เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมชี้ว่ากฎหมายของกรมอุทยานแห่งชาติฯ มีอำนาจเข้มข้นกว่ากฎหมายของกรมป่าไม้ โดยสามารถเข้าบังคับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้โดยตรง
นายสุชาติ กล่าวว่า ยังมีอีกกลุ่มที่เป็นปัญหา คือ ผู้ครอบครองพื้นที่ชายหาดมาเป็นเวลานานและมีรายได้จากการเก็บค่าเข้าหาด ซึ่งแต่ละวันมีรายได้หลักแสนบาท จึงเป็นผลประโยชน์ที่ทำให้เกิดการต่อสู้ทางกฎหมาย แต่ยืนยันว่าผลประโยชน์ส่วนตัวไม่อาจอยู่เหนือกฎหมายของประเทศ
"ไม่มีนายทุนคนไหนใหญ่กว่ากฎหมายที่ถูกต้อง เราต้องเอาพื้นที่กลับคืนมา เขาสู้ตามกระบวนการกฎหมายได้ ส่วนเราก็ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศ" นายสุชาติ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายสุชาติ ยังกล่าวชื่นชมอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ และอธิบดีกรมป่าไม้ ที่ร่วมกันผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง รวมทั้งข้าราชการทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมเปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตได้มีการปรับเปลี่ยนหัวหน้าส่วนราชการออกไปแล้ว 2 หน่วยงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และหากเจ้าหน้าที่รายใดรู้สึกไม่ปลอดภัยก็สามารถขอย้ายได้
สำหรับกรณีพื้นที่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ นายสุชาติ ยอมรับว่า เอกชนบางรายยังไม่ยินยอมและเดินหน้าต่อสู้คดี แต่ยืนยันว่าหากเป็นการกระทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
"เรารู้อยู่แล้วว่าใครทำผิดกฎหมาย จะมาเห็นแก่ตัว เอาที่หลวงเป็นของตัวเองไม่ได้" นายสุชาติ กล่าว
นายสุชาติ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ล่าสุดได้รับรายงานว่า เอกชนบางรายได้ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว แต่ฝ่ายรัฐได้เตรียมหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดไว้แล้ว พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล โดยเชื่อมั่นว่าข้อเท็จจริงจะเป็นสิ่งพิสูจน์
ทั้งนี้ คดีที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ดังกล่าวเคยมีคำพิพากษาของศาลมาแล้วหลายครั้งในช่วงปี 2561, 2562 และ 2567 รวมถึงมีผู้ถูกดำเนินคดีถึงขั้นจำคุก อีกทั้งที่ดินซึ่งเป็นเอกสารสิทธิประเภท น.ส.3 ได้ถูกเพิกถอนสิทธิไปแล้ว ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวกลับคืนสู่สภาพเป็นพื้นที่ป่าของรัฐ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการแก้ไขปัญหาจะสำเร็จทั้งสองส่วน นายสุชาติ กล่าวว่า ขอให้ติดตามผลในช่วงสุดท้าย เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องมีหลายลักษณะ บางรายซื้อที่ดินโดยไม่ทราบว่าเป็นที่ดินที่มีปัญหา ซึ่งรัฐก็เข้าใจและสามารถแก้ไขได้หากยอมรับข้อเท็จจริง แต่ยังมีอีกกลุ่มที่รู้อยู่แล้วว่าผิดกฎหมายแต่ยังพยายามครอบครองพื้นที่ต่อ
"ถ้าพูดกันดี ๆ และยอมรับว่าพลาด ก็ยังแก้ปัญหาได้ แต่ถ้ารู้อยู่แล้วว่าผิดแล้วยังดื้อ ตอนจบก็ต้องดำเนินการถึงที่สุด ทุกขั้นตอนเราเตรียมไว้หมดแล้ว" นายสุชาติ กล่าว
เมื่อถูกถามว่าผู้กระทำผิดส่วนใหญ่เป็นข้าราชการหรือผู้มีอิทธิพลหรือไม่ นายสุชาติ ตอบว่า บุคคลที่ปรากฏตัวในพื้นที่อาจไม่ใช่ผู้มีอำนาจตัวจริง
"บางหาด คนที่ออกหน้าไม่ได้มีตัวตนอะไรหรอก เหมือนจิ๊กโก๋กลางซอย ถ้าแน่จริงก็ต้องมีจิ๊กโก๋ปลายซอยคอยค้ำอยู่ เราต้องหาตัวให้เจอทั้งหมด ตอนนี้เจอกลางซอยแล้ว เดี๋ยวก็เจอปลายซอย" นายสุชาติ กล่าว
ส่วนกรณีที่เอกชนยื่นฟ้องศาลปกครอง ส่งผลให้ยังสามารถเก็บค่าเข้าหาดได้ในช่วงนี้หรือไม่นั้น นายสุชาติ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ติดประกาศคำสั่งรื้อถอนแล้ว และจะครบกำหนดในวันที่ 18 กรกฎาคมนี้ โดยฝ่ายเอกชนใช้การยื่นฟ้องศาลเป็นช่องทางขอขยายเวลา ซึ่งรัฐพร้อมเข้าสู่กระบวนการไต่สวนของศาล และมีหลักฐานรวมถึงคำพิพากษาในอดีตรองรับทั้งหมด
"เขาเก็บค่าเข้าหาดมาสิบกว่าปี จะรออีก 4-5 วันก็ไม่เป็นไร เราทำเต็มที่ เขาฟ้องเราก็สู้ตามข้อเท็จจริง ถ้ามัวแต่กลัวแล้วใครจะทำ หน้าที่ของเราคือทวงคืนแผ่นดินของกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ กลับคืนให้ประเทศชาติ ไม่ได้เอามาเป็นของเรา แต่เอาคืนให้ประชาชนและคืนสู่ธรรมชาติ"
นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินงานครั้งนี้ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองผู้ที่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และขอให้ประชาชนติดตามผลการดำเนินงานต่อไป