กู้วิกฤตศรัทธาเลือกตั้งไทย แนะกกต.ปรับระบบจาก‘กา’เป็น'กด'

กู้วิกฤตศรัทธาเลือกตั้งไทย แนะกกต.ปรับระบบจาก‘กา’เป็น'กด'
‘วศิน’ ผู้สมัคร สส.ปชป.ร่อนจม.เปิดผนึกถึงกกต.เปลี่ยนระบบเลือกตั้งไทยจาก กา เป็น กด ลดความผิดพลาดจากการนับคะแนน บัตรเสีย สร้างความโปร่งใส

นายวศิน สิริเกียรติกุล   ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.กระบี่  เปิดเผยว่าได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  เรื่องถึงเวลา”เปลี่ยน“ จาก “กา ❌” เป็น “กด” เพื่อลดบัตรเสีย และกู้วิกฤตศรัทธา ด้วย “เครื่องเลือกตั้ง” ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้  โดยหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สังคมไทยไม่ได้มีเพียงผลคะแนนที่ถูกประกาศออกมา แต่มี “คำถาม” จำนวนมากที่ยังค้างอยู่ในใจประชาชน — เรื่องความโปร่งใส เรื่องบัตรเสีย เรื่องการนับคะแนน และข้อครหาการซื้อเสียง

หลายประเด็นอาจต้องรอการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งที่รอไม่ได้คือ “ความเชื่อมั่นของประชาชน”

วันนี้ เรากำลังยืนอยู่ในจุดอันตรายของวิกฤตศรัทธา เราอุตส่าห์รณรงค์ให้คนรุ่นใหม่ คนที่เคยเบื่อการเมือง กลับบ้านมาใช้สิทธิ์ตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ แต่พวกเขากลับต้องเผชิญความยุ่งยากในการลงคะแนน ตั้งแต่ขั้นตอนการกาให้ถูกต้อง ไปจนถึงความไม่มั่นใจในกระบวนการนับคะแนน

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 95 และมาตรา 224 วางหลักให้การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กำหนดหน้าที่ของ กกต. ชัดเจนในการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็กำหนดให้ กกต. ต้องพัฒนาและปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพ

คำถามคือ — วันนี้เราทำดีที่สุดแล้วหรือยัง?

งบประมาณการเลือกตั้งแต่ละครั้งใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่าหลายพันล้านบาท หากเราลงทุนมากขนาดนี้ แต่ยังปล่อยให้เกิดบัตรเสียจำนวนมาก ความผิดพลาดจากมนุษย์ และข้อครหาเรื่องความโปร่งใส เรากำลังใช้เงินภาษีอย่างคุ้มค่าหรือไม่

ผมจึงขอเสนออย่างจริงจังให้ กกต. พิจารณา “ระบบลงคะแนนแบบกดผ่านเครื่อง” ควบคู่กับบัตรเลือกตั้ง เปลี่ยนจาก “กา” เป็น “กด”  ไม่ใช่เพื่อความทันสมัยเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อกู้ศรัทธาให้ระบบเลือกตั้งไทย

ข้อดีที่เห็นชัดเจน

1.บัตรเสียแทบเป็นศูนย์

 2.ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (personal errors)

 3.ลดเวลาในการนับคะแนน

 4. ตรวจสอบย้อนหลังได้

 5. ลดการใช้กระดาษ

 6. ประชาชนยังสามารถตรวจสอบและหย่อนบัตรด้วยตนเอง

 7. ใช้งานง่ายกว่า โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

แน่นอน ย่อมมีข้อกังวล

1. ระบบสัญญาณและความปลอดภัยทางไซเบอร์

 2. ความเสี่ยงเครื่องขัดข้อง

 3. ต้องมีการอบรมเจ้าหน้าที่และประชาชน

แต่ทุกความเสี่ยงสามารถบริหารจัดการได้ หากมีการวางระบบสำรอง (backup system) และมาตรการตรวจสอบที่รัดกุมประเทศที่พัฒนาแล้วจำนวนมากใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความโปร่งใส

คำถามคือ — ประเทศไทยพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าหรือยัง?

ผมขอเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 ท่าน

ใช้วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาส อย่าทำแบบเดิม แล้วคาดหวังผลลัพธ์ใหม่

 

เพราะถ้าศรัทธาพังลงการเลือกตั้งครั้งหน้า ต่อให้จัดดีแค่ไหน คนก็อาจไม่กลับมาใช้สิทธิ์อีก

การเลือกตั้งไม่ใช่แค่พิธีกรรมตามกฎหมายแต่มันคือหัวใจของประชาธิปไตย ถ้าหัวใจหยุดเต้น  ทั้งร่างกายก็อยู่ไม่ได้

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องกล้าปรับ กล้าพัฒนา กล้ารับฟังเสียงประชาชน เพื่อให้ทุกคะแนนเสียง มีคุณค่า และทุกคนเชื่อมั่นว่า “เสียงของฉันไม่สูญเปล่า”

ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง

วศิน สิริเกียรติกุล

ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.กระบี่

ถ้าเราไม่กล้าเปลี่ยนระบบ วันนี้   พรุ่งนี้ระบบอาจเปลี่ยนความเชื่อของประชาชนคนไทยไปตลอดกาล”

 

 

TAGS: #เลือกตั้ง69 #บัตรเสีย #จากกาเป็นกด