“อภิสิทธิ์” เรียกร้อง กกต.เปิดเผยข้อมูลเลือกตั้งอย่างละเอียด หากพบพิรุธต้องนับใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ พร้อมเร่งรัฐบาล–ปปง.เดินหน้าฟ้องยึดทรัพย์กลุ่มสแกมเมอร์ ก่อนหมดเวลาอายัด 1 มี.ค. 69
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวความผิดปกติในการจัดการเลือกตั้งหลายพื้นที่ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องเร่งสร้างความโปร่งใส ด้วยการเปิดเผยข้อมูลคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งอย่างละเอียด รวมถึงจำนวนบัตรทั้งสองระบบ หลังพบข้อสังเกตเรื่องความแตกต่างของจำนวนบัตรในหลายพื้นที่
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า หากพบความผิดปกติ กกต.ต้องใช้อำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งการนับคะแนนใหม่หรือจัดให้มีการลงคะแนนใหม่ในกรณีจำเป็น เพราะการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมคือรากฐานความชอบธรรมของรัฐบาล หากประชาชนขาดความเชื่อมั่น จะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง พร้อมขอให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
ในประเด็นคดีทุนเทาและกลุ่มสแกมเมอร์ พรรคประชาธิปัตย์ออกแถลงการณ์ถึงเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เรียกร้องให้เร่งดำเนินการ หลังมีการยึดอายัดทรัพย์สินกลุ่มสแกมเมอร์มูลค่า 9.2 พันล้านบาท โดยกฎหมายกำหนดระยะเวลาอายัด 90 วัน ตั้งแต่ 2 ธ.ค. 2568 ถึง 1 มี.ค. 2569 ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาไม่เกิน 18 วัน ในการส่งอัยการฟ้องเพื่อให้ศาลสั่งยึดทรัพย์ตกเป็นของรัฐ
พรรคระบุว่า การอายัดทรัพย์ดังกล่าวมีหลักฐานความผิดข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ฉ้อโกงประชาชน และฟอกเงิน มีผู้เสียหายกว่า 700 ราย และมีเส้นทางการเงินโอนต่อเป็นทอดๆ จึงจำเป็นต้องเร่งรัดขั้นตอนทางกฎหมาย มิฉะนั้นอาจกระทบประสิทธิภาพการปราบปราม
นอกจากนี้ พรรคยังตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้กระทำผิดและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่ม Capital Asia Investment (CAI) กับคดีสแกนม่านตาคนไทย 1.2 ล้านราย ซึ่งดีเอสไอได้สรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมระบุว่าจะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเสนอขยายการตรวจสอบทรัพย์สินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
พรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า คดีนี้เป็นบททดสอบ “การเมืองสุจริต” ของรัฐบาล และเป็นเรื่องสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย ประเทศไทยต้องไม่กลายเป็นศูนย์กลางฟอกเงินของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังโดยเร่งด่วน