ชลบุรีเขต1 เดือด ชาวบ้านกดดัน กกต.ชลบุรี หลังพบใบนับคะแนน สายรัดหีบบัตรถูกทิ้งในถังขยะ "รองเลขาฯ กกต." ให้ปชช.รวบรวมหลักฐาน รอ กกต. ประชุม 10 โมงวันนี้ ด้าน "สมชัย "ชี้ส่อโกงขนานใหญ่ จี้เลือกตั้งใหม่
จากกรณี เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายบริเวณสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี เมื่อกลุ่มประชาชนและตัวแทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ได้รวมตัวกันเข้าพบเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อขอคำชี้แจงและหารือเกี่ยวกับข้อสงสัยในผลคะแนนการเลือกตั้งที่มีความผิดปกติ
สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.13 น. ของวันที่ 10 ก.พ. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เดินทางมาถึงพื้นที่เพื่อเจรจาและยืนยันให้ภาคประชาชนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 ท่าน ในเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน
ทั้งนี้ เหตุการณ์มาถึงจุดวิกฤตเมื่อเวลา 03.15 น. ประชาชนผู้ติดตามสถานการณ์ได้ค้นพบเอกสารราชการที่ใช้ในการเลือกตั้ง ได้แก่ แบบขีดคะแนน (ส.ส. 11) ของหน่วยเลือกตั้งที่ 15 บริเวณโรงเรียนอนุบาลวัดกลางดอน ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะอย่างผิดปกติ โดยในเอกสารปรากฏรายละเอียดคะแนนของผู้สมัครเบอร์ 1 นายสุชาติ ชมกลิ่น (266 คะแนน) และผู้สมัครเบอร์ 7 นายวรท ศิริรักษ์ (278 คะแนน) นอกจากนี้ยังพบสายรัดพลาสติก (Cable Tie) ที่มีลายเซ็นกำกับของกรรมการประจำหน่วย (กปน.) จำนวนมากถูกทิ้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และนักวิชาการ ได้ออกมาให้ความเห็นต่อปรากฏการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เขต 1 จังหวัดชลบุรี เป็นภาพสะท้อนถึงการจัดการเลือกตั้งที่ขาดความเป็นมืออาชีพและขาดมาตรฐานสากล พร้อมชี้แจงว่าตามระเบียบของ กกต. เอกสารสำคัญ อาทิ แบบขีดคะแนน (ส.ส. 11) รายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) และแบบข้อมูลจำนวนบัตร (ส.ส. 5/12) จะต้องถูกจัดเก็บในถุงพลาสติกและใส่คืนไว้ภายในหีบเลือกตั้ง จากนั้นต้องปิดเทปกาวและรัดด้วยสาย Cable Tie ที่มีลายเซ็นกำกับอย่างมิดชิด
นายสมชัยเน้นย้ำว่า การพบเอกสารและสายรัดถูกทิ้งในถังขยะบ่งชี้ว่าหีบเลือกตั้งอาจถูกเปิดออกโดยมิชอบ ซึ่งหมายความว่าความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้งภายในหีบสูญสิ้นไปแล้ว การเรียกร้องให้เพียงแค่นับคะแนนใหม่อาจไม่เพียงพอต่อการคืนความยุติธรรม เนื่องจากอาจมีการสับเปลี่ยนบัตรเลือกตั้งเกิดขึ้น
มาตรการทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น หากการตรวจสอบพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในวงกว้าง กกต. อาจจำเป็นต้องพิจารณาใช้มาตรการทางกฎหมาย ดังนี้:
1 การให้ใบเหลือง: สั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ในหน่วยหรือเขตที่มีปัญหา
2 การให้ใบส้ม: สั่งเลือกตั้งใหม่และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต
3 การดำเนินคดีอาญา: ลงโทษกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเด็ดขาด
เหตุการณ์นี้สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อ กกต. ในการแสดงความโปร่งใสและตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันไม่ให้ความศรัทธาต่อระบบการเลือกตั้งของประเทศได้รับความเสียหายไปมากกว่านี้