โรมประกาศชัด ปราบสแกมเมอร์ต้องไม่ใช่แค่จับรายวัน แต่ต้องตัดเส้นทางเงิน ยึดทรัพย์คืนเหยื่อ และทำให้ไทยไม่ใช่ทางผ่านอาชญากรรมข้ามชาติอีกต่อไป
นายรังสิมันต์ โรม แกนนำพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลปัจจุบันอย่างเผ็ดร้อนถึงวิกฤตการณ์ "อาชญากรรมออนไลน์" หรือแก๊งสแกมเมอร์ที่กำลังกัดกินประเทศไทย โดยระบุว่าจำนวนการแจ้งความพุ่งทะลุ 1,000,000 คดีไปแล้ว แต่กลับไม่มีรัฐบาลไหนจัดการได้จริง พร้อมตั้งคำถามแรงถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเจ้าสังกัดว่า "มีอำนาจแต่ปล่อยมาได้ยังไง" หรือแท้จริงแล้วแก๊งเหล่านี้มีเส้นสายใหญ่โตจนเจ้าหน้าที่ไม่กล้าแตะ
นายรังสิมันต์ชี้ให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาลที่เรียกตัวเองว่า "มืออาชีพ" แต่กลับปล่อยให้ตัวการใหญ่อย่างเครือข่ายของ "เบน สมิธ" ขยายอาณาจักรจนสร้างความเสียหายมหาศาล พร้อมย้อนถามรัฐมนตรีมหาไทยที่เคยขัดขวางการตัดไฟตัดเน็ตในพื้นที่สีเทาว่า "ต้องการคนแบบนี้เป็นผู้นำในการปราบจริงๆ หรือ?" ในขณะที่ผู้นำประเทศกลับเพิ่งรู้ตัวว่าหน่วยงานปราบปรามอยู่ภายใต้อำนาจตนเองเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพอย่างรุนแรง
สำหรับโรดแมปของ "พรรคประชาชน" นายรังสิมันต์ยืนยันว่าหากได้เป็นรัฐบาล ปัญหาสแกมเมอร์จะถูกยกระดับเป็น "วาระแห่งชาติ" โดยจะเริ่มจากการจัดตั้ง War Room บูรณาการข้อมูลและงบประมาณอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่การจับกุมรายวัน แต่จะเน้นการ "ตัดวงจรเงิน" ด้วยการยึดทรัพย์และอายัดเงินที่โกงไปคืนสู่มือประชาชนอย่างเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าสิ่งที่อาชญากรกลัวที่สุดไม่ใช่คุกแต่คือการ "สูญเสียเงิน" ที่หามาได้ รวมถึงจะจัดการกับบัญชีม้าและซิมผีให้ตายยกลัง
นอกจากนี้ ยังประกาศกร้าวถึงการแก้ปัญหาระดับโครงสร้าง ทั้งการกดดันธนาคารและบริษัทอินเทอร์เน็ตให้ร่วมรับผิดชอบความเสียหาย รวมถึงการใช้มิติด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อแยกเหยื่อการค้ามนุษย์ออกจากอาชญากร เพื่อตัดกำลังพลที่เป็น "ทาสแรงงาน" ในค่ายสแกมเมอร์ นายรังสิมันต์ทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า ภายใต้การนำของพรรคประชาชน ประเทศไทยจะไม่ใช่ทางผ่านของสิ่งผิดกฎหมายอีกต่อไป และพร้อมจะโชว์ศักยภาพการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติให้ทั่วโลกยอมรับ โดยมุ่งเป้าเปลี่ยนวิกฤตชายแดนสีเทาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและเข้มแข็งอย่างยั่งยืน