"อภิสิทธิ์" นำทีมแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ตลาดเจ้าพรหม อยุธยา อ้อนขอคะแนนชาวกรุงเก่าครบ 5 เขต ชูกระจายอำนาจ-ยกระดับท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ประกาศสงครามคนซื้อเสียง ยันไม่ใช้คดีปี 53 หาเสียง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยทีมแคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรค อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช, นางการดี เลียวไพโรจน์, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และแกนนำคนสำคัญ เดินทางลงพื้นที่ตลาดเจ้าพรหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคหาเสียง ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและเป็นกันเอง
บรรยากาศตลอดการเดินตลาดเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีประชาชนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมามอบให้ และขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายอภิสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลท์สำคัญคือนักเรียนวัย 16 ปี นำภาพถ่ายคู่กับนายอภิสิทธิ์สมัยตนเองอายุเพียง 3 ขวบมาขอลายเซ็น ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวแซวอย่างอารมณ์ดีว่า "ตอนนั้นคุณ 3 ขวบ ผมก็เพิ่ง 16" นอกจากนี้ยังมีประชาชนบางส่วนเข้ามาสวมกอดและกล่าวขออโหสิกรรมที่เคยตำหนิในอดีต ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เพียงแต่หัวเราะและยืนยันว่าไม่เป็นไร สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็น
นายอภิสิทธิ์เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า พรรคเล็งเห็นศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ โดยมีแนวทางหลักคือการ "กระจายอำนาจ" ให้ท้องถิ่นบริหารจัดการตนเองเพื่อแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จ และลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานรัฐ
โครงสร้างพื้นฐาน: รัฐบาลส่วนกลางจะเน้นสนับสนุนการเดินทางผ่าน "ระบบราง" เพื่อเชื่อมต่อการท่องเที่ยวให้สะดวกขึ้น
เศรษฐกิจฐานราก: ใช้การแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing) จากภาครัฐให้เอกชนนำไปวางแผนพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ภายหลังการเดินตลาด นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นรถแห่ปราศรัยย่อย โดยย้ำจุดยืนเรื่อง "บ้านเมืองสุจริต" และกล่าวถึงกระแสข่าวการทุจริตเลือกตั้งในภาคใต้ว่า ตนได้ตกลงกับชาวใต้แล้วว่าจะไล่คนซื้อเสียงออกไป พร้อมประกาศตารางปราศรัยใหญ่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ในพื้นที่ นครศรีธรรมราช, สงขลา, ตรัง และพัทลุง เพื่อยืนยันว่าประชาธิปัตย์จะเข้าไปคุมทิศทางรัฐบาลให้มีความซื่อสัตย์และยึดประโยชน์ส่วนรวม
สำหรับกรณีที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้เรื่องเหตุการณ์สลายการชุมนุมปี 2553 นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าตนไม่ได้นำเรื่องนี้มาหาเสียง แต่เป็นการตอบคำถามตามข้อเท็จจริง และย้ำว่ากระบวนการยุติธรรมต้องดำเนินต่อไปเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้สูญเสียทุกคน