สวนดุสิตโพลชี้ คนไทยยัง “ไม่มั่นใจรัฐธรรมนูญ” แต่เลือกตั้ง69 กระแสนิยม"ปชน."ยังนำ

สวนดุสิตโพลชี้ คนไทยยัง “ไม่มั่นใจรัฐธรรมนูญ” แต่เลือกตั้ง69 กระแสนิยม
สวนดุสิตโพลเผย คนไทยส่วนใหญ่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ 2560 เพียงบางส่วน เข้าใจในระดับจำกัด ต้องการข้อมูลเพิ่มก่อนตัดสินใจทำประชามติ ส่วนเลือกตั้ง 69 กระแสนิยม"เท้ง-พรรคประชาชน" ยัง ครองอันดับหนึ่งต่อเนื่อง 

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง“คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,269 คน สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 20-23 มกราคม 2569 พบว่า 
-กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 53.15 เคยอ่าน/ศึกษารัฐธรรมนูญ 2560 บางส่วน 
-ร้อยละ 47.82 โดยรวมคิดว่าตนเองเข้าใจรัฐธรรมนูญ 2560 เล็กน้อย 
-ร้อยละ 37.99 มองว่าข้อดีของรัฐธรรมนูญ 60 คือ มีกลไกตรวจสอบนักการเมืองเข้มแข็ง 
-ร้อยละ 41.65 มองว่าข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ 60  คือ เปิดช่องให้กลไกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจสูง 
-ร้อยละ 50.29 ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อช่วยในการตัดสินใจโหวตประชามติ 
-ร้อยละ 38.70 คิดว่ารัฐธรรมนูญค่อนข้างเกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชน 

เมื่อถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 33.14 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 20.76 ภูมิใจไทย ร้อยละ 16.57 

ด้าน สส. เขต จะเลือกสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 31.16 รองลงมาคือ เพื่อไทยร้อยละ 21.20 ภูมิใจไทย ร้อยละ 18.11 และอยากให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน เป็นนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 33.80

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนว่ารัฐธรรมนูญยังเป็นเรื่องไกลตัวในด้านความเข้าใจ แต่ใกล้ตัวในด้านผลกระทบ ส่วนใหญ่เคยอ่านรัฐธรรมนูญเพียงบางส่วนและรับรู้แค่คร่าวๆ จึงต้องการข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าประชาชนมีบทบาทอย่างไร และรัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร ขณะที่การเลือกตั้งปี 2569 กระแสความนิยมยังไปในทิศทางเดียวกันทั้งปาร์ตี้ลิสต์ เขต และตัวบุคคล โดยพรรคประชาชนยังคงนำไม่เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

ส่วน ผศ.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัย สวนดุสิต อธิบายว่าในส่วนของการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่าประชาชนอยู่ในภาวะสนใจ แต่ยังไม่มั่นใจ มีความเข้าใจในข้อมูลระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ลึกซึ้ง ซึ่งไม่ได้เกิดจากความไม่ตื่นตัวทางการเมืองหาก แต่สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญที่มีความซับซ้อน และห่างไกลจากชีวิตประจำวัน เมื่อพิจารณาควบคู่กับทัศนคติในการเลือกตั้ง จะเห็นว่าประชาชนประเมินทั้ง “กติกา” และ “ผู้เล่นทางการเมือง” ไปพร้อมกัน โดยเลือกพรรคการเมืองจากความคาดหวังต่ออนาคตและความสามารถในการตอบโจทย์ปัญหาปากท้องมากกว่าความผูกพันทางการเมืองแบบเดิมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับพรรคการเมือง จึงมีลักษณะเปราะบางแต่เปิดกว้างต่อการแข่งขันเชิงนโยบาย ในบริบทนี้

TAGS: #เลือกตั้ง69 #ประชามติ #แก้รธน #สวนดุสิตโพล #แก้รัฐธรรมนูญ