ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ระบุกรณี กกต.ถอนชื่อผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม เขตภูเก็ต และนครศรีธรรมราช เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ย้ำพรรคส่งครบกว่า 300 เขต ไม่กระทบการหาเสียง พร้อมเดินหน้าลุยเต็มที่
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถอนชื่อผู้สมัคร สส.ของพรรคกล้าธรรม 2 ราย ได้แก่ นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต และนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.เขต 7 จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยยืนยันว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการหาเสียงและภาพรวมของพรรคแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง
ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า กรณีของนายชลสิทธิ ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อออกจากการเป็นผู้สมัคร สส. เนื่องจากถือหุ้นสื่อ หลังสมัครรับเลือกตั้งไปแล้วนั้น พรรคได้รับทราบข้อมูลและได้ตรวจสอบพบว่า ผู้สมัครรายดังกล่าวยังถือหุ้นในบริษัทสื่อในสัดส่วนร้อยละ 1 จึงได้มีการแจ้งเตือนผู้สมัครตั้งแต่ต้น เมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย และผลออกมาตามที่ปรากฏ พรรคก็พร้อมยอมรับในกระบวนการยุติธรรม
ส่วนกรณีของนายก้องเกียรติ ที่ กกต.มีหนังสือแจ้งถอนชื่อจากการสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 7 จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาในคดีลักทรัพย์ต้นไม้ 4 ต้น และได้รับโทษจำคุกโดยรอการลงอาญา 2 ปีนั้น ร้อยเอกธรรมนัส มองว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนในอดีตระหว่างผู้สมัครและคู่กรณี ซึ่งยังสามารถเข้าสู่กระบวนการต่อสู้คดีในชั้นศาลได้ พร้อมย้ำว่าขณะนี้สิทธิของนายก้องเกียรติยังถือเป็นผู้สมัครอยู่ จนกว่าจะมีคำสั่งศาลเป็นที่สิ้นสุด
ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้สมัครทั้งสองราย ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองแต่อย่างใด และขอให้สังคมมองตามข้อเท็จจริงและกระบวนการทางกฎหมาย
สำหรับผลกระทบต่อภาพรวมการเลือกตั้ง ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า พรรคกล้าธรรมได้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งมากกว่า 300 เขตทั่วประเทศ การที่มีผู้สมัครหายไปเพียง 2 เขต ไม่ได้ส่งผลต่อภาพรวมของพรรค และยังคงเดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงอย่างเต็มที่ในทุกเขตที่เหลือ