กกต. แถลงความพร้อมเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร วางมาตรการเข้มป้องกันข้อผิดพลาดซ้ำรอย มอบ กปน. รับผิดชอบจ่าหน้าซองกันสับสน ย้ำใช้รหัสเขต 400 เขตแทนรหัสไปรษณีย์ และกำชับผู้ช่วยหาเสียงต้องโปร่งใส
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงความพร้อมจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ระบุวางมาตรการป้องกันปัญหาบัตรหลงเขตอย่างเข้มงวด พร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเต็มที่ และคุมเข้มระเบียบผู้ช่วยหาเสียง
นายแสวง เผย ขณะนี้ กกต. ได้เริ่มจัดส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปยังต่างประเทศผ่านกระทรวงการต่างประเทศแล้ว โดยรูปแบบการลงคะแนนในแต่ละประเทศจะแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การลงคะแนนทางไปรษณีย์, การจัดหน่วยเคลื่อนที่ และการลงคะแนนที่สถานทูต ทั้งนี้ บัตรเลือกตั้ง สส. จะถูกส่งกลับมานับที่ไทย ส่วนบัตรออกเสียงประชามติจะทำการนับคะแนนที่ต่างประเทศและส่งผลกลับมาภายใน 48 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
มาตรการแก้ปม "จ่าหน้าซอง" ผิดเขต ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองคือความสับสนในการจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเคยเป็นปัญหาในครั้งที่ผ่านมา นายแสวง ยืนยันว่า ในปีนี้จะไม่มีความผิดพลาดดังกล่าว โดย กกต. กำหนดให้ใช้ “รหัสเขตเลือกตั้ง 400 เขต” แทนการใช้รหัสไปรษณีย์ และได้ทำความเข้าใจกับทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ เพื่อป้องกันประชาชนเผลอเขียนรหัสไปรษณีย์ตามความเคยชิน กกต. จึงมอบหมายให้กรรมการประจำหน่วย (กปน.) เป็นผู้รับผิดชอบในการกรอกเอกสารหรือประทับตราบนซองบัตรเลือกตั้งเองทั้งหมด โดยย้ำว่าความผิดพลาดในอดีตคือบทเรียนที่ต้องนำมาพัฒนา และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องใส่ใจในรายละเอียดเพื่อให้การคัดแยกบัตรเป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำ
สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตในวันที่ 1 ก.พ.2569 นายแสวงยอมรับว่าบางหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้ลงทะเบียนสูงถึง 2-3 หมื่นคน อาจมีความไม่สะดวกเรื่องสถานที่บ้าง แต่ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมทั้งเรื่องที่จอดรถและการจัดการเข้าคิว โดยขอให้ประชาชนเตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชน บัตรที่ราชการออกให้ หรือสามารถใช้แอปพลิเคชัน ThaID ในการยืนยันตัวตนได้
นอกจากนี้ เนื่องจากบัตรเลือกตั้งเป็น "บัตรโหล" (มีเพียงหมายเลขและช่องกา) กกต. จึงจะจัดทำป้ายไวนิลข้อมูลผู้สมัครและพรรคการเมืองขนาดใหญ่ติดไว้ภายในหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบหมายเลขก่อนเข้าคูหา ป้องกันการลงคะแนนผิด
ในส่วนของการหาเสียง นายแสวงย้ำว่าผู้สมัครสามารถมีผู้ช่วยหาเสียงได้ แต่บุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และต้องแจ้งรายชื่อต่อ กกต. จังหวัดล่วงหน้า โดยค่าตอบแทนของผู้ช่วยหาเสียงจะถูกคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงที่ต้องรายงานตามกฎหมาย หากพบว่ามีการนำบุคคลที่ไม่ได้แจ้งชื่อมาช่วยหาเสียง ผู้สมัครจะต้องรายงานให้ กกต. ทราบทันทีเพื่อความโปร่งใส