"ยศชนัน" นำทีมเพื่อไทย หารือ "ชัชชาติ-ผู้บริหารกทม." ชูแนวคิด “Empower” เชื่อมต่อรัฐบาลอย่างไร้รอยต่อ - ดันรถไฟฟ้า 20 บาท - แก้ปัญหายาเสพติด มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมือง
ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) เพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการเมืองหลวงในมิติต่าง ๆ โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง
นายชัชชาติ กล่าวต้อนรับว่า กรุงเทพมหานครยินดีต้อนรับทุกพรรคการเมืองที่เข้ามาเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแรกที่ติดต่อขอเข้าศึกษาระบบบริหารจัดการของ กทม. ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย พร้อมย้ำว่าไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากฝ่ายใด ทุกฝ่ายสามารถร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนได้
ผู้ว่าฯ กทม. ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จของระบบ Traffy Fondue ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มรับแจ้งปัญหาจากประชาชนโดยตรง ทำให้การทำงานของข้าราชการเปลี่ยนจากการยึดผู้บังคับบัญชาเป็นศูนย์กลาง มาให้ความสำคัญกับประชาชนมากขึ้น โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ระบบดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้วกว่า 900,000 เรื่อง จากกว่า 1 ล้านเรื่อง ถือเป็น Smart Protocol ที่ใช้เทคโนโลยีกระจายอำนาจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริการโดยไม่มี Gatekeeper

ภายหลังการรับฟังการบรรยายด้านการจัดการจราจรด้วยระบบ AI การบริหารจัดการน้ำท่วม และการใช้งาน Traffy Fondue ศ.ดร. ยศชนัน ได้สะท้อนมุมมองเชิงนโยบาย โดยเน้นย้ำแนวคิด “Empower กทม.” หรือการเพิ่มอำนาจและศักยภาพให้กรุงเทพมหานครสามารถบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการลดข้อจำกัดด้านงบประมาณและอำนาจการตัดสินใจ พร้อมชี้ว่าความร่วมมือเชิงรุกระหว่าง กทม. กับรัฐบาลกลางเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
ในประเด็นสังคม ศ.ดร. ยศชนัน แสดงความกังวลต่อการแพร่ระบาดของน้ำกระท่อมและกัญชาในชุมชนเมือง พร้อมเสนอการนำโมเดลศูนย์บำบัดยาเสพติดที่ประสบความสำเร็จในต่างจังหวัดมาปรับใช้กับบริบทคนเมือง ขณะที่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้เสนอแนวคิดผลักดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อลดภาระค่าครองชีพ แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมุ่งสู่เป้าหมายเมือง Net Zero
การหารือครั้งนี้ยังครอบคลุมแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ การยกระดับโรงเรียนสังกัด กทม. และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการ Upskill–Reskill เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเมืองหลวงในระยะยาว