"ชวน"โต้"พิพัฒน์" พาดพิงจังหวัดที่มีนายกฯ 2 สมัยแต่พัฒนาช้า ย้ำการพัฒนาต้องเป็นธรรม ไม่ผูกงบประมาณกับการเลือกพรรค ชี้ขัดรัฐธรรมนูญและสร้างความแตกแยกทางการเมือง
นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์เชิงพาดพิงถึงการพัฒนาในจังหวัดที่มีนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัยติดต่อกัน (จังหวัดตรัง) โดยขอให้กลับไปดูว่าปัจจุบันมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง ซึ่งนายชวนระบุว่าจำเป็นต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตนเอง เพราะข้อความดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเข้าใจของประชาชนและบรรยากาศทางการเมืองในช่วงหาเสียง
นายชวนตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ให้สัมภาษณ์พาดพิงหรือเปรียบเทียบการพัฒนาพื้นที่นั้นไม่ใช่เรื่องเหมาะสม เนื่องจากเป็นสถานที่สำหรับแถลงนโยบายหรือผลงานรัฐบาล ไม่ใช่ที่สำหรับการโจมตีทางการเมือง พร้อมกันนี้ได้เน้นย้ำว่า ถ้อยคำที่ระบุในทำนองว่าประชาชนจะได้รับงบประมาณพิเศษหากเลือกพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง เข้าข่ายการเลือกปฏิบัติซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ที่ห้ามเลือกปฏิบัติต่อประชาชนด้วยเหตุแห่งความคิดเห็นทางการเมือง
อดีตนายกฯ กล่าวว่า ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่ง ยึดหลักการบริหารเพื่อคนทั้งประเทศ โครงการสำคัญไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะจังหวัดตรัง แต่เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ ทั้งถนน 4 ช่องจราจร การขยายโอกาสทางการศึกษาจัดตั้งมหาวิทยาลัยภูมิภาค รวมถึงนโยบายสวัสดิการที่ยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และโครงการนมโรงเรียน ซึ่งประชาชนทุกจังหวัดได้รับประโยชน์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าพื้นฐานทางการเมืองจะเป็นอย่างไร
นายชวนยังได้ฝากข้อคิดถึงนายพิพัฒน์ว่า ในฐานะที่มาจากสายธุรกิจ อาจมองการเมืองในลักษณะการลงทุนที่ต้องหวังผลตอบแทนหรือความคุ้มค่า ซึ่งแนวคิดนี้ไม่สอดคล้องกับหลักการปกครอง พร้อมยกบทเรียนในอดีตยุคพรรคไทยรักไทยที่เคยประกาศจะพัฒนาจังหวัดที่เลือกพรรคก่อน ซึ่งกลายเป็นความแตกแยกและทำให้พรรคนั้นไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในภาคใต้มาจนถึงปัจจุบัน
"ประชาชนทุกจังหวัดเสียภาษีเท่าเทียมกัน จึงควรได้รับการพัฒนาอย่างเป็นธรรม ไม่ว่าพื้นฐานจะเลือกหรือไม่เลือกพรรคการเมืองใดก็ตาม การพัฒนาประเทศต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและคุณธรรมควบคู่ไปกับวัตถุ ไม่ควรนำงบประมาณรัฐมาเป็นเงื่อนไขบีบบังคับทางการเมือง" นายชวน กล่าว