“จุลพันธ์” ควง “เพ็ญพิสุทธิ์” เดินหาเสียงตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ปลื้มชาวบ้านเริ่มถามหา“ยศชนัน” มั่นใจเพื่อไทยตีตื้นได้ หลังลงพื้นที่ครบ 7 วัน โวกระแสตอบรับดี ลั่นจ่อเปิดนโยบายหมัดเด็ด 2 ระลอก
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค ลงพื้นที่ชุมชนสวนหลวง 1 เขตบางคอแหลม หาเสียงช่วยน.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 3
ทั้งนี้เมื่อนายจุลพันธ์และคณะเดินทางมาถึง นายจุลพันธ์พร้อมผู้สมัคร ได้เดินทักทายประชาชน พ่อค้าแม่ค้า ระหว่างทางเจอนายสาโรช ต่อเทียนชัย ผู้สมัคร สส.กทม.พรรคภูมิใจไทย โดยได้จับมือทักทายสวัสดีปีใหม่ พร้อมแนะนำตัว และอวยพรให้โชคดี ก่อนแยกย้ายเดินหาเสียงกันต่อ นอกจากนี้มีประชาชนมอบดอกกล้วยไม้ให้กำลังใจนายจุลพันธ์และทีมผู้สมัคร โดยตลอดทางนายจุลพันธ์ได้มีการฝากน.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตลอดทาง
จากนั้นคณะได้เดินเข้าตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 ชุมชนสวนหลวง 1 พบปะประชาชน โดยมีประชาชนถามหานายยศชนันด้วย และชาวบ้านได้อวยพรวันปีใหม่ รวมถึงมีบ้านหลังหนึ่งบอกว่าติดตามพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่ยุคนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมโชว์ธนบัตร 20 บาทที่มีลายเซ็นของนายทักษิณ และบอกว่าลายเซ็นนี้ได้มาตั้งแต่สมัยหาเสียงใหญ่ที่สนามหลวงตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว
นายจุลพันธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า การลงพื้นที่ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนดีมาก ซึ่งพื้นที่นี้พรรคเพื่อไทยมีความใกล้ชิด เนื่องจากบ้านของตนและครอบครัวก็ทำมาหากินอยู่แถวนี้ ตระกูลโบราณเป็นคนจีนอยู่ในแถวนี้ ซึ่งพื้นที่นี้มีความผูกพันกับตน วันนี้ลงมาพบปะพี่น้องประชาชนได้สัมผัสถึงการตอบรับที่ดี ซึ่งการตอบรับของพรรคเพื่อไทยในช่วงนี้ ก็ได้รับรอยยิ้ม และการต้อนรับขับสู้ที่ดี ถือเป็นกำลังใจที่ดีให้กับผู้สมัคร และวันนี้เข้ามาที่ตลาดยิ่งประทับใจ เพราะได้เห็นศักยภาพในพื้นที่ ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าพื้นที่นี้เป็นตลาดที่มีอัตลักษณ์ และมีความแปลก มีความเป็นธรรมชาติ และเป็นชุมชนจริงๆ พรรคเพื่อไทยมาเดินก็มีความสุข แต่คนที่มาจับจ่ายใช้สอยส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ จึงต้องมาคิดกันว่าในอนาคตจะสามารถดึงคนนอกชุมชนเข้ามาเดินเล่น มาเยี่ยมชมซื้อของได้อย่างไร ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคเพื่อไทยในการสร้างโอกาส สร้างรายได้ใหม่ๆ ให้ชุมชน
นายจุลพันธ์ กล่าวถึงการหาเสียงครบ 1 สัปดาห์จะต้องมีการปรับแผนหรือเพิ่มกลยุทธ์อะไรหรือไม่ว่า ช่วงนี้เรามีการวางแผนไปจนถึงจบการเลือกตั้ง ในเรื่องของการดีเบต ในส่วนของเวทีต่างๆในแต่ละพื้นที่ เรามีการกำหนดผู้ปราศรัยซึ่งตนและนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย จะได้ลงทุกพื้นที่พร้อมกับพบปะพี่น้องประชาชน วันนี้เราพร้อมทุกอย่าง ส่วนต้องปรับอะไรนั้นอาจจะมีหน้างานบ้าง แต่ส่วนใหญ่เราค่อนข้างพร้อม และมีกำหนดที่จะเปิดนโยบายสำคัญอีก 2 ช่วง ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
เมื่อถามถึงความนิยมของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่ครั้งนี้หลายโพลมองว่าจะมาเป็นอันดับ 3 จะมีนโยบายอะไรที่จะดึงเสียงความนิยมของประชาชนกลับมาเหมือนเดิม นายจุลพันธ์ กล่าวว่า สำหรับผลโพลขณะนี้ ตนมองว่าเป็นเรื่องแปลกที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้อยู่ในการแข่งขัน พอดูจากผลโพลก็พบว่าพรรคเพื่อไทยเริ่มที่จะจ่อขึ้นมาแล้ว จากที่ไม่มีชื่อของนายยศชนัน แต่เมื่อเปิดชื่อออกมา 15 วัน ความนิยมจ่อขึ้นมาแล้ว และจากการทำงาน โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะนำเป็นอันดับ 1 ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเป็นตัวเต็ง แต่ก็มีการพลิกแซงในโค้งสุดท้าย ดังนั้นอย่าไปคิดว่าประชาชนเป็นของตาย หรือประชาชนมีความแน่นอน เพราะประชาชนมีโอกาสและมีสิทธิ์ในการตัดสินใจ และเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละบุคคล ฉะนั้นการทำงานอย่างหนักจึงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้ประชาชน ได้รู้ถึงความตั้งใจและแนวนโยบายของพรรคเรา
เมื่อถามว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทยจะมีกลยุทธ์อย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า หากมาเดินพบปะประชาชนเช่นพวกตน จะเห็นว่าเรามีโอกาสสูงมาก วันนี้การตอบรับแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชนเป็นไปด้วยดี พี่น้องประชาชนให้การตอบรับ ฉะนั้นตนจึงไม่ได้เป็นห่วงในประเด็นนี้ และนโยบายของเรายังออกไม่หมด และจะมีนโยบายทีเด็ดทีขาดที่จะนำมาให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ ซึ่งจะมีการออกนโยบายอีก 2 ระลอก แต่คงไม่ช้าถึงขณะที่ออกในสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยคาดว่าในต้นปีนี้จะออกมา 1 นโยบาย ขอให้ประชาชนรอติดตาม
เมื่อถามว่าสำหรับผู้สมัครในพื้นที่อื่นๆ ได้มีการรายงานปัญหาอุปสรรคหรือข้อพิรุธเข้ามาหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวยอมรับว่า มีปัญหาพอสมควร และมีเรื่องที่น่ากังวลคือการทุจริตคอร์รัปชั่น การทำลายป้ายหาเสียง และอย่างที่ตนเคยให้สัมภาษณ์ว่าอย่าไปโทษผู้สมัคร แต่ทุกพรรคต้องกำชับอย่างจริงจัง ว่าอย่าให้มีการทำร้ายหรือทำลายป้ายหาเสียง ซึ่งช่วงนี้เริ่มจะเห็นว่ามีการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากระแสความนิยมของพรรคกำลังกลับมาอย่างดี ซึ่งตนขอความกรุณาผู้สมัครแต่ละพรรคการเมือง ให้ช่วยกันเน้นย้ำเรื่องดังกล่าวนี้
นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งมีการส่งข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ เช่นการเก็บบัตรประชาชนตามพื้นที่ต่างจังหวัด และอีกเรื่องคือมีตัวเลขในการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่เยอะผิดปกติในหลายพื้นที่ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตราย พวกเราในฐานะฝ่ายการเมืองจะติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ก็ขอให้ดำเนินภารกิจตามหน้าที่ของท่านในการติดตามการทุจริตคอร์รัปชั่นการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างเข้มข้นด้วย
เมื่อถามย้ำว่ามีตัวเลขหรือข้อมูลหรือไม่สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผิดปกติ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า จะมีการรวบรวมข้อมูลและนำเสนออีกครั้ง เพราะมีบางพื้นที่เท่านั้นที่มีตัวเลขโดดผิดปกติ ซึ่งไม่ใช่การย้ายที่อยู่ เพราะมีระยะเวลาตามกฎหมายกำหนดอยู่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมีผู้ประสงค์ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า เยอะกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เพื่อให้ประชาชนไปใช้สิทธิ์ก่อนวันเลือกตั้งเพื่อสะดวกในการซื้อสิทธิ์ขายเสียง