ปชป. สานต่อภารกิจช่วยเหลือชาวใต้ "อภิสิทธิ์" รับมอบไข่ไก่ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ น้ำแร่ 6.6 หมื่นขวด ลุยแจกทันที ขณะที่โฆษกพรรคชงแผนสู้ภัยหลังน้ำลด เสนอรัฐจัดการ "สามความกลัว" เร่งสร้าง "แบบฟอร์มเดียว"
นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการทันทีเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่หาดใหญ่หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย โดยระบุว่า ปัญหาใหญ่ที่ต้องขจัดคือ "สามความกลัว" ของประชาชน ได้แก่ กลัวไม่ได้รับการช่วยเหลือ กลัวบ้านถูกงัด และกลัวตกงาน ซึ่งจำเป็นต้องใช้กลไกที่เป็นระบบในการตอบสนอง
โดยรัฐบาลต้องเปลี่ยนจากการทำงานแบบแยกส่วน มาสู่การสร้างโครงสร้างที่ช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพและสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนได้จริง 3 มาตรการ
1. จัดระบบข้อมูล ขจัดความสับสน ลดงานซ้ำ
โดยเน้นถึงความจำเป็นของการแก้ไขปัญหาความสับสนจากข้อมูลการช่วยเหลือ โดยเสนอให้รัฐต้องมี “แบบฟอร์มเดียวทั้งเมือง” สำหรับผู้ประสบภัยและผู้เข้าศูนย์พักพิง เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูลเดียวกันให้เชื่อมโยงกัน ลดความสับสน ลดงานซ้ำ และป้องกันการแอบอ้าง หยุดทันทีปัญหาซ้ำซ้อน และประชาชนที่ถูกหลงลืม เพื่อให้เมืองหาดใหญ่และ สงขลา จะรู้ “ใครเดือดร้อน อยู่ที่ไหน ได้รับความช่วยเหลือแล้วหรือยัง” แบบชัดเจน
• จัดทำ แบบฟอร์มเดียว สำหรับผู้ประสบภัยและผู้พักพิง ใช้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แต่ข้อมูลต้องเชื่อมโยงกัน
• ใส่ข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ เลขบัตร บ้านที่ประสบภัย จำนวนสมาชิก ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก
• ทุกข้อมูลทำเป็น ดิจิทัล ทันที
• เชื่อมข้อมูลเข้ากับ ทะเบียนราษฎร์ เพื่อตรวจสอบตัวตนจริง ป้องกันการซ้ำซ้อน
• ใช้ระบบนี้สำหรับกระจายอาหาร ถุงยังชีพ ยารักษาผ้าห่ม ให้ตรงจุดและเป็นธรรม
• ทุกศูนย์พักพิงต้องส่งยอดผู้พักพิงเข้าระบบทุกเช้า–เย็น แบบเรียลไทม์
2. เสริมกำลังตำรวจ–ฝ่ายความมั่นคงจากนอกพื้นที่ ป้องกันเหตุและดูแลบ้านในวงกว้าง
ในช่วงหลังน้ำลดคือช่วงเวลาที่เสี่ยงที่สุดต่อการเกิดอาชญากรรม โดยเฉพาะการงัดแงะบ้านเรือนที่ถูกทิ้งร้าง และกำลังตำรวจในพื้นที่มีจำกัด รัฐบาลจึงต้องดึงกำลังเสริมจากหน่วยเหนือเข้ามาช่วยทันที โดยสิ่งที่ต้องทำแบบเร่งด่วนนี้จะช่วยให้อาชญากรรมลดลง ประชาชนมั่นใจว่าบ้านไม่ถูกงัดแม้ยังกลับไม่ได้ และสร้างความอุ่นใจในช่วงที่ความเสี่ยงสูงที่สุดหลังน้ำท่วม
• ขอสนับสนุนกำลัง ตำรวจ–ทหาร–อาสาฝ่ายความมั่นคง จากนอกพื้นที่
• จัดกำลังลาดตระเวน “ครอบคลุมทั้งเมือง” ไม่ใช่เฉพาะชุมชนหลัก
• ตั้งชุดเคลื่อนที่เฉพาะกิจตามจุดเสี่ยงถนนตัดขาด บ้านปล่อยว่าง พื้นที่มืด
• ตรวจตราบ้านที่ลงทะเบียนฝากบ้านไว้ พร้อมส่งภาพให้เจ้าของวันละครั้ง
• ใช้โดรนและกล้องเคลื่อนที่ช่วยสอดส่องพื้นที่กว้างที่เข้าถึงยาก
3. มาตรการประคองกิจการ และปกป้องลูกจ้างในช่วงฟื้นตัว
การฟื้นฟูเศรษฐกิจของเมืองมาจากหลายกิจการกำลังอยู่ใน “จุดชี้เป็นชี้ตาย” ถ้าไม่มีแรงประคองทันที จะนำไปสู่การเลิกจ้างเป็นวงกว้าง ซึ่งมาตรการเร่งด่วนสนับสนุนกิจการ และนายจ้าง ที่จะทำให้ลูกจ้างไม่ถูกปล่อยลอยแพ นายจ้างไม่จำเป็นต้องรีบเลิกจ้าง และเศรษฐกิจเมืองฟื้นตัวเร็วขึ้นอย่างชัดเจน
• เปิดช่องทางด่วนให้กิจการรายเล็ก–รายกลางเข้าถึงความช่วยเหลือทันที เช่น ซ่อมอุปกรณ์–จัดหาเครื่องมือ
• ลดค่าธรรมเนียมท้องถิ่นที่กระทบระยะสั้น เพื่อให้กิจการเปิดต่อได้
• จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประเมินความเสียหายแบบรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน
• เปิด “ช่องทางงานชั่วคราว” สำหรับคนยังกลับไปทำงานไม่ได้
• ให้เข้าถึงเงินช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับครัวเรือนรายได้ลดลง
• อบรมทักษะสั้น ๆ ระหว่างช่วงกิจการหยุด เพื่อให้พร้อมกลับไปทำงานทันทีเมื่อเปิดกิจการได้
• จัดทีม “จับคู่แรงงาน–นายจ้าง” สำหรับกิจการที่ต้องการเปิดเร็วแต่ขาดแรงงาน
“หากเราสามารถขจัดความกลัวได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกคนและสามารถทำให้หาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา กลับมาสู่สภาวะปกติได้รวดเร็ว ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนรวมถึงเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านครับผม” นายพงศกร กล่าวในที่สุด
ปชป. สานต่อภารกิจช่วยเหลือชาวใต้
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ร่วมรับมอบสิ่งของเพื่อจัดส่งไปช่วยผู้ประสบภัยในภาคใต้ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (29 พ.ย.2568) โดยบริษัท SPC ร่วมกับ บริษัท ทิพย์วารินวัฒนา จำกัด ได้มอบน้ำแร่มองต์เฟลอ จำนวนมากกว่า 66,000 ขวด บริษัท เคเอส โกลเด้น จำกัด มอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่แบบกางเกง จี ชัวร์ พลัส และเจ้าอาวาสวัดลำลูกบัว พระปลัดสมญา สนฺตมโน นครปฐม มอบไข่ไก่อีกจำนวนมาก ทั้งหมดนำส่งผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัย อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่ในพื้นที่หาดใหญ่
ด้านนายจูรี นุ่มแก้ว รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์หาคนช่วยรับสิ่งของที่บริเวณโรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณในช่วงกลางดึก ปรากฏว่าพบผู้คนจำนวนมากมาร่วมขนถุงยังชีพจำนวน 16 ตันลงจากรถบรรทุก เพื่อเตรียมกระจายให้ชาวบ้านที่น้ำท่วมในวันนี้ (29 พ.ย.)
“น้ำตาไหล ซึ้งอ่า นี่แหละที่เขาบอกว่า เมื่อถึงช่วงเวลาตกทุกข์ได้ยาก คนใต้ ไม่ทิ้งคนใต้” นายจูรี กล่าวขอบคุณ
สำหรับ นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.เขต 9 จังหวัดสงขลา รับภารกิจเร่งด่วน ลงพื้นที่ให้กำลังใจ และระดมกำลังทั้งหมด แจกจ่ายถุงยังชีพให้ถึงมือพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ให้เร็วและทั่วถึงที่สุด เพราะไม่ว่าทุกข์หรือสุข เราจะเคียงข้างกันทุกช่วงเวลา