รัฐสภามีมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับจากพรรคประชาชนและภูมิใจไทย ส่วนร่างเพื่อไทยไม่ผ่าน เหตุ สว.ชอบแค่ 60 เสียงไม่ถึง 1 ใน 3 ของสว.ทั้งหมด สะท้อนเกมการเมืองเปลี่ยนขั้วกลางสภา
ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. .... ซึ่งมี 3 ร่างจากพรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นวันที่ 2 หลังจากสมาชิกอภิปรายเสร็จแล้วได้มีการลงมติด้วยการขานชื่อ ปรากฏว่า
โดยที่ประชุมได้ลงคะแนนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ 1 ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน
รับหลักการ 568 เสียง
ไม่รับหลักการ 10 เสียง
งดออกเสียง 74 เสียง
ถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง และมีสมาชิกวุฒิสภาลงคะแนน 108 เสียง ถือว่าเกิน 1 ใน 3 เพราะฉะนั้นถือว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภา “รับหลักการ”
ฉบับที่ 2 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย
รับหลักการ 629 เสียง
ถือว่าเกินกึ่งหนึ่ง และมีสมาชิกวุฒิสภาลงคะแนน 167 เสียง ถือว่าเกิน 1 ใน 3 เพราะฉะนั้นถือว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภา “รับหลักการ”
ฉบับที่ 3 ของนายชูศักดิ์ ศิรินิล พรรคเพื่อไทย
รับหลักการ 521 เสียง
ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา แต่มีสมาชิกวุฒิสภาลงคะแนน 60 เสียง ไม่ถึง 1 ใน 3 เพราะฉะนั้นถือว่าที่ประชุมร่วมรัฐสภา “ไม่รับหลักการ”
ตั้งกรรมาธิการพิจารณาต่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อจากนั้นมีการลงมติว่าจะเอาร่างใดเป็นร่างหลักปรากฏว่าทั้งสองมีคะแนนเท่ากันคือ 290 เสียง แต่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมได้ประกาศว่า ร่างของพรรคภูมิใจไทยเป็นร่างหลักทำให้สมาชิการประท้วงให้มีการคะแนนใหม่

ประธานในที่ประชุมจึงสั่งให้มีการลงคะแนนใหม่เพราะถือว่าเอกสิทธิ์ด้วยการขานชื่อว่าจะใช้ร่างใดเป็นหลักระหว่างร่างของพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย