"แพทองธาร" โผล่พรรคเพื่อไทย ยิ้มให้สื่อไม่ให้สัมภาษณ์ หลัง กกต.ยันยังนั่งหัวหน้าพรรคต่อได้

"แพทองธาร" ปรากฏตัวที่ทำการพรรคเพื่อไทยพร้อมแกนนำพรรค ยิ้มทักทายสื่อแต่ไม่ให้สัมภาษณ์ ขณะเลขาฯ กกต.ชี้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยังไม่กระทบเก้าอี้หัวหน้าพรรค

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย โดยระหว่างเดินเข้าพรรค น.ส.แพทองธารได้คุยโทรศัพท์ และหันหน้ามายิ้มให้สื่อมวลชน ก่อนจะขึ้นลิฟต์เพื่อไปยังห้องทำงานทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มี น.พ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกฯ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน ฐานะรองหัวหน้าพรรค เดินทางเข้าพรรคด้วย 

ทั้งนี้นายแสวง บุญมี เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวว่า หัวหน้าพรรคเป็นกรรมการบริหารพรรค และต้องเป็นสมาชิกพรรคก่อน ตนยังไม่เห็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่สิ่งที่จะทำให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้นมีอยู่สองเรื่อง คือ 1.พ้นเพราะคณะกรรมการจริยธรรมพรรคขับออกจากตำแหน่ง แต่ยังสามารถเป็นสมาชิกพรรคได้ 2. คือพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค หากพ้นจากสมาชิกพรรค ก็ต่อเมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยว่าให้พ้น แต่เมื่อเป็นศาลรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นคนละอย่างกัน ยังไม่เข้าเกณฑ์ ต้องเป็นคำพิพากษาของศาลฎีกาไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

นายแสวงยังกล่าวอีกว่าการพ้นจากกรรมการบริหารพรรคนั้น ก็เป็นเรื่องความรู้สึกคนอาจคิดว่าพ้นก็ได้ แต่ตัวกฎหมายมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติ ซึ่งก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรคที่ต้องพิจารณาว่ามีมติให้พ้นหรือไม่ กกต. ไม่สามารถก้าวก่ายในเรื่องกรรมการบริหารพรรค ส่วนเรื่องสมาชิกพรรคนั้นก็เป็นผลตามกฏหมาย ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกา 

และในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองจะเข้าไปดูในเรื่องข้อบังคับของพรรคหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า เราดูเพียงข้อบังคับพรรคแต่กิจกรรมของพรรคการเมืองนั้น ให้พรรคเป็นผู้ดำเนินการ ในทะเบียนจะดูแค่ว่าพรรคได้ดำเนินการตามกฏหมายหรือข้อบังคับพรรคหรือไม่ ยืนยันว่าการพ้นจากสมาชิก หรือกรรมการบริหารพรรคเป็นเรื่องภายในของพรรค หากไม่ดำเนินตามกฏหมายเดี๋ยวจะมีสมาชิกพรรคมาร้องเอง ซึ่งตนขอดูก่อนเพราะ สุดท้ายก็จะไปอยู่ที่เรื่องกิจกรรมขอ พรรคการเมือง เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ให้ไปยุ่งกับกิจกรรมของพรรคการเมือง

“ สาระสำคัญตามหลักการ บางทีพ้นแล้วนะ แต่สิ่งที่รอคือคนชี้กระบวนการ พ้นจากสส.ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ ทั้งที่รู้อยู่แล้ว ตราบใดที่เรื่องจริยธรรมไม่ไปทางช่องศาลฎีกาหรือคณะกรรมการบริหารพรรคยังไม่ชี้ ก็ยังไม่เกิดผลอะไร” นายแสวงกล่าว

TAGS: #แพทองธาร #หัวหน้าพรรคเพื่อไทย #อดีตนายกรัฐมนตรี #ศาลรัฐธรรมนูญ