มึนตึ๊บ!สูตรเลือกส.ว.ใหม่ผู้สมัครเลือกกันเองประชาชนไม่เกี่ยว

มึนตึ๊บ!สูตรเลือกส.ว.ใหม่ผู้สมัครเลือกกันเองประชาชนไม่เกี่ยว
สูตรเลือกส.ว.ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีก 4 เดือนข้างหน้า เปลี่ยนจาก คสช.แต่งตั้ง มาเป็นเลือกกันเองตามกลุ่มสาขาอาชีพ ของผู้สมัคร ซึ่งดูตามขั้นตอนค่อนข้างมึนงง ประชาชน ไม่ได้เลือกตั้งโดยตรง

อีก 4 เดือนข้างหน้า ส.ว.ชุดปัจจุบัน ที่แต่งตั้งโดยคสช.จำนวน 250 คน จะหมดวาระ 5 ปี  ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2567 จากนั้น ก็เข้าสู่กระบวนการเลือกส.ว.ชุดใหม่ ซึ่งมีเพียงแค่ 200 คน โดยการเลือกส.ว.ชุดใหม่นี้จะมาจากการเลือกกันเองของผู้สมัครในกลุ่มอาชีพต่างๆจำนวน 20 กลุ่ม ซึ่งไม่ใช่มาจาการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง 

ทั้งนี้วิธีการเลือกส.ว.ใหม่นี้ดูแล้วปวดกบาล เพราะ จะมีการเลือกถึง 3 รอบ ทั้งเลือกกันเองในกลุ่มและนอกกลุ่มอาชีพ ซึ่งมีถึง20 กลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย

1.กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง  เช่น อดีตข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน  2.กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เช่น ผู้พิพากษา อัยการ ตำรวจ ผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 3.กลุ่มการศึกษา เช่น ครู อาจารย์ นักวิจัย ผู้บริหารสถานศึกษา หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน

4.กลุ่มการสาธารณสุข เช่น แพทย์ทุกประเภท เทคนิคการแพทย์ พยาบาล เภสัชกร  หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 5.กลุ่มอาชีพทำนา ปลูกพืชล้มลุก หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 6.กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 7.กลุ่มพนักงานลูกจ้างที่ไม่ใช่ราชการหรือหน่วยงานรัฐ ผู้ใช้แรงงาน  อื่นๆ ในทำนองเดียวกัน

8.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาฯ และสาธารณูปโภค ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 9.กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อยตามกฎหมาย หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 10.กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่นนอกจาก (9)

11.กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบกิจการอื่นหรือพนักงานโรงแรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 12.กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 13.กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตรกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 

14.กลุ่มสตรี 15.กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือผู้ทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน  16.กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 17.กลุ่มประชาสังคม กลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 

18.กลุ่มสื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน 19.กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน  และ 20.กลุ่มอื่นๆ

ทั้งนี้เมื่อได้ผู้สมัครแล้ว ก็จะมีการเลือกกัน 3 ระดับ ไล่ไปตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และระดับประเทศ

โดยด่านแรกเป็นการเลือกในระดับอำเภอ เริ่มด้วยการเลือกกันเองภายในกลุ่มอาชีพที่สมัคร ซึ่งจะเลือกได้ไม่เกิน 2 คน โดยจะลงคะแนนให้ตัวเองก็ได้ แต่ไม่สามารถลงคะแนนให้ผู้ใดได้เกินหนึ่งคะแนน โดยผู้ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ถือเป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่ม 

ขั้นตอนถัดมา เมื่อแต่ละกลุ่มได้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นแล้ว จะถูกจัดแบ่งออกเป็น 4 สาย ในจำนวนกลุ่มเท่าๆกัน โดยผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่ม จะต้องเลือกบุคคลของกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน กลุ่มละ1คน ห้ามเลือกคนที่อยู่กลุ่มเดียวกันหรือเลือกตนเองในขั้นนี้ ซึ่งผู้ได้คะแนน 3 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม ถือเป็นผู้ได้รับเลือกในระดับอำเภอสำหรับกลุ่มนั้น และเข้าสู่การคัดเลือกต่อในระดับจังหวัดต่อไป

ด่านที่สอง ระดับจังหวัด โดยขั้นแรก ผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอแต่ละกลุ่ม ลงคะแนนเลือกกันเองภายในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกิน2คน โดยจะลงคะแนนให้ตัวเองก็ได้แต่ไม่สามารถลงคะแนนให้ผู้ใดได้เกินหนึ่งคะแนน ผู้ได้คะแนนสูงสุด5อันดับแรก ถือเป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่ม 

ทั้งนี้ขั้นตอนถัดมา เมื่อได้ผู้รับเลือกขั้นต้นแต่ละกลุ่มแล้ว ก็จะจัดแบ่งออกเป็น 4 สาย ในจำนวนกลุ่มเท่าๆ กัน โดยผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่ม จะต้องเลือกบุคคลของกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน กลุ่มละหนึ่งคน ห้ามเลือกคนที่อยู่กลุ่มเดียวกันหรือเลือกตนเอง ผู้ได้คะแนนสูงสุด 2 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม ถือเป็นผู้ได้รับเลือกในระดับจังหวัดสำหรับกลุ่มนั้น และเข้าสู่การคัดเลือกต่อในระดับประเทศต่อไป 

สำหรับสุดท้ายด่านที่สาม ระดับประเทศ ขั้นแรก ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดแต่ละกลุ่ม ลงคะแนนเลือกกันเองภายในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกิน 10 คน โดยจะลงคะแนนให้ตัวเองก็ได้แต่ไม่สามารถลงคะแนนให้ผู้ใดได้เกิน1คะแนน ผู้ได้คะแนนสูงสุด 40 อันดับแรก ถือเป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่ม ในขั้นนี้หากแต่ละกลุ่มได้ไม่ครบ 40 คน ก็ให้ถือตามจำนวนเท่าที่มี แต่จะน้อยกว่า 20 คนไม่ได้ โดยผู้อำนวยการเลือกตั้งระดับประเทศจะจัดให้ผู้ที่ไม่ได้รับเลือก ซึ่งยังอยู่ ณ สถานที่เลือกนั้น เลือกกันเองใหม่จนกว่ากลุ่มนั้นจะมีจำนวนอย่างต่ำถึง 20 คน 

ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อแต่ละกลุ่มได้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นแล้ว จะแบ่งออกเป็น 4 สาย ในจำนวนกลุ่มเท่าๆกัน โดยผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่ม จะต้องเลือกผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของกลุ่มอื่น ที่อยู่ในสายเดียวกัน โดยให้เลือกบุคคลจากกลุ่มอื่น กลุ่มละไม่เกิน5 คน ห้ามเลือกคนที่อยู่กลุ่มเดียวกันหรือเลือกตนเองในขั้นนี้ ผู้ได้คะแนนสูงสุด 10 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม ถือเป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็นส.ว.  และผู้ที่ได้ลำดับที่ 11 ถึง 15 จะเป็นผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองของกลุ่มนั้น

สำหรับลักษณะต้องห้ามของผู้ต้องการที่จะสมัครชิงตำแหน่ง สว.นั้นมี ไว้มากถึง 26 ประการ อาทิ

*เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็น สส. มาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกพรรคการเมือง

*เป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง เว้นแต่ได้พ้นจากการดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก

*เป็นหรือเคยเป็นรัฐมนตรี เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นรัฐมนตรีมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก

*เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่ได้พ้นจากการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี นับถึงวันสมัครรับเลือก

*เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ดำรงตำแหน่ง สส. สว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ผู้สมัครรับเลือกเป็น สว.ในคราวเดียวกัน หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระ

*เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ

ทั้งหมดนี้ต้องติดตามว่าการเลือกตั้งส.ว.รอบใหม่นี้จะหนีจากการถูกครอบงำจากพรรคการเมืองได้หรือไม่อีกไม่นานมีคำตอบ