เจาะเลือดหามะเร็ง: ผลปกติแล้ว ทำไมยังเป็นมะเร็งได้?

เจาะเลือดหามะเร็ง: ผลปกติแล้ว ทำไมยังเป็นมะเร็งได้?
โดย...นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม

“ตรวจเลือดหามะเร็งทุกปี ผลปกติตลอด แล้วทำไมยังเป็นมะเร็ง?”

คำถามนี้เกิดขึ้นบ่อย เพราะแพ็กเกจตรวจสุขภาพบางชุดมีรายการสารบ่งชี้มะเร็งหลายตัว ทั้งของลำไส้ ตับ ตับอ่อน และรังไข่ เห็นผลปกติทุกช่องก็ย่อมรู้สึกว่าตรวจครบแล้ว แต่สารบ่งชี้มะเร็งหลายตัวไม่ได้ออกแบบมาเพื่อค้นหามะเร็งในคนทั่วไป บางตัวมีประโยชน์มาก หลังจากรู้แล้วว่าเป็นมะเร็ง เช่น ใช้ติดตามผลการรักษาหรือเฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำ การนำมาตรวจคนที่ไม่มีอาการจึงอาจให้ผลปกติทั้งที่มีโรค หรือให้ผลสูงทั้งที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง

ค่าที่อยู่ในแพ็กเกจ บอกอะไรได้บ้าง

CEA ใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ได้ คนเป็นมะเร็งอาจมีค่าปกติ โดยเฉพาะในระยะแรก ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นมะเร็งก็อาจมีค่าสูง ประโยชน์หลักของ CEA คือการติดตามผู้ป่วยมะเร็งบางรายหลังวินิจฉัยแล้ว ผล CEA ปกติจึงไม่ใช่เหตุให้เลื่อนการตรวจลำไส้ใหญ่ที่ควรทำ

CA 19-9 ที่มักถูกใส่ไว้เพื่อตรวจมะเร็งตับอ่อน ก็ไม่เหมาะกับการคัดกรองคนทั่วไป ค่านี้สูงได้จากภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง บางคนไม่มีอาการและตรวจหาสาเหตุแล้วก็ยังไม่พบสิ่งที่อธิบายค่าสูง ขณะเดียวกัน คนเป็นมะเร็งตับอ่อนบางรายมี CA 19-9 ปกติ ผลสูงจึงไม่ได้ยืนยันว่าเป็นมะเร็ง และผลปกติก็ไม่ได้รับรองว่าไม่มีโรค

CA-125 มีประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยบางราย แต่การนำมาตรวจคัดกรองมะเร็งรังไข่ในผู้หญิงทั่วไปที่ไม่มีอาการและไม่ได้มีความเสี่ยงสูง ไม่พบว่าช่วยลดการเสียชีวิต ผลที่สูงยังอาจนำไปสู่การตรวจเพิ่มเติมหรือการผ่าตัด ทั้งที่ไม่ได้เป็นมะเร็ง

AFP ใช้ได้ แต่ดูตัวเลขอย่างเดียวไม่ได้

AFP เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังมะเร็งตับในผู้ที่มีความเสี่ยง แต่ใช้เจาะเลือดเดี่ยว ๆ แล้วตัดสินว่าเป็นหรือไม่เป็นมะเร็งตับไม่ได้ ตับอักเสบก็ทำให้ AFP สูงได้ และผู้ป่วยมะเร็งตับจำนวนหนึ่งก็มี AFP ปกติ

ในผู้ที่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น ผู้ป่วยตับแข็ง หรือผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังบางกลุ่ม แนวทาง AASLD (สมาคมโรคตับแห่งสหรัฐอเมริกา) แนะนำให้ตรวจ AFP ร่วมกับอัลตราซาวด์ โดยทั่วไปประมาณทุกหกเดือน หาก AFP สูงขึ้น แพทย์จะดูผลอัลตราซาวด์ ภาวะตับอักเสบ และความเสี่ยงของคนนั้นประกอบ ก่อนตัดสินใจว่าต้องตรวจต่ออย่างไร AFP ปกติก็ไม่ใช่เหตุให้งดอัลตราซาวด์ตามกำหนด

แล้วมีเลือดตัวไหนที่ใช้คัดกรองมะเร็งได้จริง?

PSA เป็นตัวอย่างของการตรวจเลือดที่อาจใช้คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายบางกลุ่ม แต่ไม่ได้แปลว่าผู้ชายทุกคนควรเจาะ ต้องพิจารณาอายุ ความเสี่ยง สุขภาพโดยรวม และความต้องการของผู้รับการตรวจ การตรวจอาจช่วยลดโอกาสเสียชีวิตจากโรคนี้ได้เล็กน้อย แต่ก็อาจพบมะเร็งที่โตช้าจนไม่ก่อปัญหาตลอดชีวิต แล้วนำไปสู่การรักษาที่มีผลข้างเคียง นอกจากนี้ PSA ยังสูงได้จากต่อมลูกหมากโตหรืออักเสบ จึงควรคุยข้อดีข้อเสียก่อนตรวจ

ปัจจุบันยังมีการตรวจเลือดรุ่นใหม่สำหรับคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งค้นหาสัญญาณสารพันธุกรรมของมะเร็ง เป็นคนละอย่างกับ CEA แนวทางสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาปี 2026 เปิดให้พิจารณาในผู้มีความเสี่ยงปกติที่ไม่ยอมรับหรือไม่สามารถตรวจด้วยวิธีที่แนะนำก่อน แต่การตรวจเลือดยังพบติ่งเนื้อก่อนมะเร็งได้น้อย ขณะที่การส่องกล้องมองเห็นและตัดติ่งเนื้อได้ในคราวเดียว หากผลเลือดเป็นบวกก็ยังต้องส่องกล้องต่อ

เจาะครั้งเดียว ตรวจมะเร็งหลายสิบชนิดได้จริงหรือ?

มีการตรวจลักษณะนี้แล้ว ตัวอย่างคือ Galleri ซึ่งตรวจรูปแบบทางเคมีบนชิ้นส่วน DNA ที่ลอยอยู่ในเลือด เพื่อหาสัญญาณที่อาจมาจากเซลล์มะเร็ง ไม่ใช่การเจาะ CEA, CA 19-9 และสารบ่งชี้มะเร็งหลายสิบตัวพร้อมกัน หากพบสัญญาณ ผลตรวจจะคาดว่าอาจมาจากอวัยวะใด เพื่อให้ไปตรวจต่อ แต่เลือดเพียงอย่างเดียวยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นมะเร็งจริง

อังกฤษนำ Galleri มาศึกษาในโครงการ NHS-Galleri โดยสุ่มผู้เข้าร่วมกว่า 140,000 คนเป็นสองกลุ่ม ทั้งสองกลุ่มได้รับการดูแลตามปกติ แต่กลุ่มหนึ่งได้รับการตรวจ Galleri เพิ่มปีละครั้ง รวมสามครั้ง แล้วเปรียบเทียบว่ากลุ่มที่ตรวจเพิ่มพบมะเร็งเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามน้อยลงหรือไม่

ผลที่ตีพิมพ์ในปี 2026 ไม่พบว่าการตรวจเพิ่มลดมะเร็งระยะสามและสี่รวมกันได้อย่างมีนัยสำคัญ ในมะเร็ง 12 ชนิดที่กำหนดไว้เป็นผลหลักของการศึกษา แม้การวิเคราะห์ผลรองจะพบมะเร็งระยะสี่ลดลง ส่วนการตรวจนี้จะช่วยลดการเสียชีวิตจากมะเร็งหรือไม่ยังต้องติดตามต่อ

ดังนั้นคำว่า “ตรวจได้หลายสิบชนิด” หมายถึงตรวจหาสัญญาณที่อาจเกี่ยวกับมะเร็งได้หลายชนิด ไม่ได้หมายความว่าจะพบผู้ป่วยทุกคน โดยเฉพาะมะเร็งระยะแรกที่อาจมีสัญญาณในเลือดน้อย ผลบวกต้องตรวจยืนยันต่อ และผลลบก็ไม่ได้รับรองว่าไม่มีมะเร็ง ใครเลือกตรวจวิธีนี้ยังต้องรับการคัดกรองตามวัยและความเสี่ยง เช่น แมมโมแกรม การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่

รู้อยู่แล้วว่ามีข้อจำกัด ทำไมยังอยู่ในแพ็กเกจ?

คนจ่ายเงินมีสิทธิถาม ชื่อแพ็กเกจ “ตรวจมะเร็ง” ทำให้เข้าใจได้ว่าเจาะเลือดแล้วจะรู้ว่ามีมะเร็งหรือไม่ ทั้งที่หลายรายการตอบคำถามนั้นไม่ได้ รายได้จากการตรวจ การแข่งขันกันด้วยจำนวนรายการ และความคาดหวังของคนไข้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายการเหล่านี้ยังอยู่ในแพ็กเกจ แต่เราไม่รู้เหตุผลของทุกแห่งจากชื่อแพ็กเกจเพียงอย่างเดียว

ผลเสียไม่ได้มีแค่ค่าตรวจ บางคนต้องตรวจต่อและกังวลกับค่าที่สูงทั้งที่ไม่มีมะเร็ง บางคนกลับเลื่อนการตรวจที่จำเป็นเพราะเห็นผลเลือดปกติ ผู้ให้บริการจึงควรบอกให้ชัดก่อนตรวจว่าแต่ละรายการมีไว้เพื่ออะไร เหมาะกับใคร และถ้าผลผิดปกติจะทำอย่างไรต่อ

จำนวนรายการที่มากไม่ได้แปลว่าตรวจสุขภาพได้ดีกว่า หากมีอาการ เช่น ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ คลำได้ก้อน หรือมีอาการเรื้อรังที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ ก็ควรตรวจหาสาเหตุตามอาการ แม้ค่าสารบ่งชี้มะเร็งทุกตัวจะปกติ

ผลตรวจสุขภาพจะมีประโยชน์เมื่อเลือกการตรวจให้ตรงกับความเสี่ยง และรู้ว่าจะนำผลไปใช้อย่างไร คำว่า “ปกติ” ที่เรียงกันเต็มใบรายงานเพียงอย่างเดียว ยังบอกไม่ได้ว่าไม่มีมะเร็ง

เอกสารอ้างอิง

1. National Cancer Institute. Tumor Markers; Tumor Marker Tests in Common Use.
2. Usefulness of Carbohydrate Antigen 19-9 Test in Healthy People and Necessity of Medical Follow-up in Individuals with Elevated Carbohydrate Antigen 19-9 Level. Korean J Fam Med. 2019;40:314–322.
3. US Preventive Services Task Force. Ovarian Cancer: Screening. Final Recommendation Statement.
4. Singal AG, et al. AASLD Practice Guidance on prevention, diagnosis, and treatment of hepatocellular carcinoma. Hepatology. 2023;78:1922–1965.
5. National Cancer Institute. Prostate-Specific Antigen (PSA) Test.
6. American Cancer Society. Colorectal Cancer Screening Guideline Update, 2026.
7. National Cancer Institute. Questions and Answers about Multi-Cancer Detection Tests.

TAGS: #กรณ์ปองจิตธรรม #เจาะเลือด #มะเร็ง