"สว.เปรมศักดิ์" ชง 7 มาตรการยกเครื่องหลักประกันสุขภาพ

สว.เปรมศักดิ์ชง 7 มาตรการยกเครื่องหลักประกันสุขภาพ "มะเร็ง-สโตรก-หัวใจ" รักษาทันทีไม่ต้องรอคิวนาน

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายระหว่างการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณารายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2567 และ 2568 โดยย้ำว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้ต้องการล้มล้างหรือปฏิเสธคุณูปการของ “บัตรทอง” ที่ช่วยให้คนไทยจำนวนมากเข้าถึงการรักษาโดยไม่ต้องล้มละลายจากค่ารักษาพยาบาล แต่ต้องการตั้งคำถามว่า หลังดำเนินระบบมานานกว่า 20 ปี ประชาชนได้รับ “หลักประกันสุขภาพ” จริงแล้วหรือยัง หรือมีเพียงชื่อและสิทธิอยู่ในระบบ แต่เมื่อเจ็บป่วยกลับต้องรอคอยการรักษา

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ระหว่างคำว่า “มีสิทธิรักษา” กับ “ได้รับการรักษาที่มีคุณภาพและทันเวลา” เป็นคนละเรื่องกัน เพราะในวันที่ประชาชนป่วย สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ใบรับรองสิทธิ แต่คือหมอที่ได้พบ เตียงที่ได้เข้า ยาที่ได้รับ การตรวจที่ทันเวลา และระบบส่งต่อที่ไม่ทำให้คนป่วยต้องวิ่งจนหมดแรง แต่สิ่งที่เป็นอยู่มีคำถามว่า “วันนี้เรามีบัตรทอง หรือมีบัตรรอ”

ทั้งนี้ ปัญหาระยะเวลารอคอย คุณภาพบริการที่ต่างกันในแต่ละพื้นที่ การขาดแคลนบุคลากร และระบบข้อมูลที่ยังเชื่อมโยงกันไม่สมบูรณ์ เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ เพราะสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมอง การรอเพียงไม่กี่สัปดาห์อาจหมายถึงระยะโรคที่เปลี่ยนไป และโอกาสรักษาที่ลดลง คนหาเช้ากินค่ำไปโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าจนเย็น ไม่ได้เสียแค่เวลา แต่เสียค่าแรง เสียรายได้ เสียค่าเดินทาง บางครอบครัวต้องยืมเงินเพื่อเดินทางไปรักษาฟรี ดังนั้น ค่ารักษาอาจฟรี แต่ต้นทุนการเข้าถึงการรักษาไม่เคยฟรี

นพ.เปรมศักดิ์ ยังวิจารณ์ระบบส่งต่อว่า ไม่ควรกลายเป็น “วิ่งผลัดคนป่วย” โดยในปีงบประมาณ 2568 มีการประสานส่งต่อผ่านสายด่วน 1330 จำนวน 56,751 เรื่อง ขณะที่มีเรื่องร้องทุกข์ 66,100 เรื่อง และเรื่องร้องเรียนอีก 41,891 เรื่อง สะท้อนว่า ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังต้องพึ่งการประสานเพื่อให้เข้าถึงสิทธิที่ตัวเองมีอยู่แล้ว ประเทศไทยพูดถึง Big Data, Digital Health และ AI อย่างต่อเนื่อง แต่ในชีวิตจริงบางครั้งคนไข้ยังต้องทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมข้อมูลด้วยตัวเอง ทั้งที่ข้อมูลต้องเดินแทนคนป่วย ไม่ใช่ให้คนป่วยเดินตามข้อมูล เพราะมะเร็งไม่รอใบส่งตัว เส้นเลือดสมองไม่รอระบบอนุมัติ หัวใจไม่รอการเคลียร์สิทธิ และความตายไม่เคยรอเวลาราชการ

สำหรับนโยบาย “30 บาทรักษาทุกที่” ที่ใช้ระบบยืนยันตัวตน ใบหน้า QR Code หรือเทคโนโลยีเพื่อป้องกันการทุจริตเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องไม่กลายเป็นกำแพงใหม่สำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ยากไร้ หรือประชาชนที่ไม่มีสมาร์ตโฟน หากผู้สูงอายุวัย 70-80 ปีใช้โทรศัพท์ไม่คล่อง ระบบล่ม หรือยืนยันตัวตนไม่ได้ รัฐมีช่องทางรองรับคนเหล่านี้เพียงพอหรือไม่ เทคโนโลยีต้องทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ใช่ย้ายความเหลื่อมล้ำจากหน้าต่างราชการไปอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ อย่าให้ 30 บาทรักษาทุกที่ กลายเป็นรักษาทุกที่ แต่ไม่ใช่ทุกคน และไม่ใช่ทุกเวลา

นพ.เปรมศักดิ์ยังกล่าวถึงความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาระหว่างพื้นที่ โดยเฉพาะการเข้าถึงแพทย์เฉพาะทาง เครื่อง CT Scan, MRI และศูนย์รักษาโรคซับซ้อน ซึ่งยังแตกต่างกันอย่างมาก สิทธิที่เท่ากันตามกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจะได้รับโอกาสรักษาเท่ากันในชีวิตจริง อย่างไรก็ตาม แม้รายงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ สปสช. จะระบุว่า ผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจระดับมากถึงมากที่สุดถึง 98.79% แต่ในรายงานเดียวกันยังมีข้อเสนอให้ลดความยุ่งยาก เพิ่มช่องทางเข้าถึงบริการ และสื่อสารสิทธิให้ชัดเจนขึ้น จึงไม่ควรนำค่าเฉลี่ยความพึงพอใจมาใช้กลบเสียงของคนที่ยังเข้าไม่ถึงการรักษา

นพ.เปรมศักดิ์ ได้เสนอ 7 แนวทางเร่งด่วน ได้แก่ 1.กำหนดมาตรฐานเวลารอคอยระดับชาติสำหรับโรคสำคัญ 2.พัฒนาระบบส่งต่อไร้รอยต่อ 3.เปิดเผย Waiting Time ของโรงพยาบาลทั่วประเทศ 4.จัดช่องทางรองรับผู้สูงอายุและผู้ไม่มีสมาร์ตโฟน 5.กระจายแพทย์เฉพาะทางและเครื่องมือแพทย์ไปต่างจังหวัด 6.ทบทวนระบบการเงินไม่ให้แรงกดดันตกอยู่กับคนไข้ และ 7. จัดทำ Patient Experience Dashboard เพื่อติดตามเวลารอ การส่งต่อ และปัญหาร้องเรียนอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า สิ่งที่เสนอไม่ใช่การยกเลิกบัตรทอง แต่คือการทำให้ “บัตรทองสมกับคำว่าทอง” โดยระบบหลักประกันสุขภาพที่ดีต้องพิสูจน์ตัวเองในวันที่ประชาชนเจ็บป่วย ว่า คนไข้สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและทันเวลาจริงหรือไม่ ตนฝาก 3 ประโยคถึงรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช. ว่า “สิทธิที่ใช้ไม่ได้ทันเวลา คือสิทธิที่มีอยู่เพียงบนกระดาษ” “อย่าบริหารกองทุนเพียงเพื่อไม่ให้เงินหมด แต่จงบริหารเพื่อไม่ให้ประชาชนหมดโอกาสรักษา”และ “บัตรทองต้องเป็นบัตรแห่งความหวัง ไม่ใช่บัตรคิวรอความเจ็บป่วยลุกลาม”

ทั้งนี้ นพ.จเด็ด ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ( สปสช.) จะรับข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภาไปปรับปรุงในการทำงาน แต่เป็นสิ่งที่ยากมากจะทำให้ผู้ใช้บริการพอใจเต็ม 100 % แต่มีเพียง 1 %กว่าๆที่ยังไม่พอใจตามที่นพ.เปรมศักดสิ์กล่าวนั้นก็จะนำไปปรับปรุงแก้ไขโดยเฉพาะข้อเสอน 7 ข้อ

TAGS: #เปรมศักดิ์ #หลักประกันสุขภาพ #มะเร็ง #สโตรก #หัวใจ