คอลัมน์ 'คุยเฟื่องเรื่องใกล้ตัว' โดย 'วิฑูรย์ สิมะโชคดี'
“ชอบ” และ “ใช่” คือ เงื่อนไขเบื้องต้นของ “ความสำเร็จ” ทั้งมวล
ทุกวันนี้ความสำเร็จในด้านต่างๆ คือ สิ่งที่ทุกคนในโลกปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นความสุข ความร่ำรวย การศึกษา การมีอาชีพการงานที่ดี การมีชื่อเสียง การมีครอบครัวที่ดี การมีคุณภาพชีวิตที่ดี และอื่นๆ อีกมากมายที่เราทุกคนต่างอยากมีอยากได้อยากเป็นและอยากให้เกิดขึ้นกับชีวิตอย่างสม่ำเสมอตลอดไป
ความสำเร็จต่างๆที่ว่านี้มีแต่จะต้องลงมือสร้างเอง ต้องปฏิบัติเอง ต้องทำให้เกิดขึ้นด้วยตนเองเท่านั้น จะคอยแต่โชคชะตาอย่างเดียวคงไม่ได้ หรือจะเดินทางเข้าสู่ “สายมู” เพื่อให้เกิดขึ้น ก็คงไม่ง่ายอย่างที่คิด
ดังนั้น“ชอบ”และ“ใช่”จึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้เราทุกคนมีโอกาสสำเร็จสูงทั้งในเรื่องการงานและชีวิตส่วนตัว
คือ ต้องมีความรักความชอบในสิ่งที่ทำ และสิ่งที่เลือกทำนั้น ต้อง “ใช่เลย” ด้วย (หมายความว่า เป็นเรื่องที่ถูกอุปนิสัยเราจริงๆเป็นเรื่องที่เราแสดงออกหรือทำได้ดีกว่าคนอื่นๆเป็นเรื่องที่ทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จมากขึ้นทุกทีๆ เป็นเรื่องที่ส่งเสริมสนับสนุนให้เราสำเร็จได้ง่าย เป็นต้น)
บ่อยครั้งที่สิ่งที่เรารักเราชอบทำนั้น มันไม่ใช่ คือ ทำแล้วไม่ออกดอกออกผล ทำแล้วไม่ทำให้เราเข้าใกล้ความสำเร็จ ทำแล้วไม่เห็นทางแห่งชัยชนะ ใช้เวลานานเกินไป (อาจใช้เวลานานถึงครึ่งค่อนชีวิตเลยก็ได้) เป็นต้น เราก็เหนื่อยแรงเปล่า
ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญด้าน“ศาสตร์แห่งความสำเร็จ”จึงมักสรุปว่า“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อเป็นความพยายามในเรื่องที่ “ใช่” เท่านั้น เพราะถ้าทำในเรื่องที่ไม่ใช่ อาจจะใช้เวลานานกว่าจะสำเร็จหรือไม่มีโอกาสสำเร็จเลยก็ว่าได้
เรื่องนี้ผมขอยกเอา“อิทธิบาท4” จากคำสอนของ“ศาสนาพุทธ”เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตสู่ความสำเร็จ เพราะเป็นคำสอนที่ถูกต้องเป็นจริงเสมอ อันประกอบด้วย
(1) ฉันทะ คือ “ความพอใจ” ใจรักและมีความสุขในสิ่งที่ทำมองเห็นคุณค่าและเต็มใจทำโดยไม่เบื่อหน่าย
(2) วิริยะ คือ “ความเพียร” ความขยันหมั่นเพียร สู้ไม่ถอย และมีความอดทนต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ
(3) จิตตะ คือ “ความเอาใจใส่” การมีใจจดจ่อ ตั้งมั่น และรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้าไม่วอกแวก และ
(4) วิมัสา คือ “การไตร่ตรอง” การใช้ปัญญาตรวจสอบประเมินผล และหาเหตุผลเพื่อปรับปรุงแก้ไขงาน ให้ดีขึ้นอยู่เสมอ
กรณีศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จอันเกี่ยวเนื่องกับ “อิทธิบาท 4” โดยเฉพาะเรื่อง “ชอบ” กับ “ใช่” ก็คือ ตัวอย่างเส้นทางสู่ความสำเร็จของ “เนเน่ รอยัล” หรือ “แพรว-รัตติกานต์ อำลอย” เด็กสาววัย 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ตที่โด่งดังก้องโลกในวันนี้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจฝึกฝนด้วยตัวเองจนก้าวสู่เวทีระดับโลก
“เนเน่” เริ่มเล่นดนตรีตอนอายุ 7 ขวบ จากการเข้าคลาสซัมเมอร์ แต่คลาสคอมพิวเตอร์เต็ม เหลือเพียงวิชาดนตรีและกีตาร์โปร่งจึงเรียนรู้ด้วยตัวเองคือฝึกแกะเพลงและฝึกเล่นกีตาร์ผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่มีครูสอน แต่อาศัยการฟังและซ้อมอย่างต่อเนื่อง เคยสร้างชื่อเสียงจากการร่วมรายการ “ไทยรัฐออนไลน์” คว้ารองชนะเลิศ Overdrive Guitar Contest และรางวัล Outstanding Player จาก King Power Band จนสามารถแจ้งเกิดในเวทีระดับโลก คือ ไปปรากฏตัวและแสดงความสามารถในรายการ AGT จนสร้างปรากฏการณ์ไวรัลด้วยพลังเสียงและฝีมือกีตาร์เกินวัย ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันทุกวันนี้
เบื้องหลังความสำเร็จของน้อง“เนเน่” ที่สำคัญยิ่ง ก็คือ การมีครอบครัวคอยสนับสนุนและยอมเหนื่อยเคียงข้างในทุกก้าวย่างของความฝัน โดย “วิถีแห่งความสำเร็จ” ของ “เนเน่” เอง ก็เข้าข่ายคำสอนเรื่อง “อิทธิบาท 4” พร้อมกับคำคมที่ว่าต้อง “ชอบ” และ “ใช่” ด้วย
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ เราคงจะต้องเริ่มจากเรื่องของการค้นพบเรื่องที่เรา “ชอบ และ ใช่” ให้ได้ก่อน เพื่อเป็นบันไดก้าวแรกสู่ความสำเร็จที่ต้องลงมือสร้างด้วยตัวเองอย่างมุมานะถึงที่สุดแบบไม่ย่อท้อและไม่ยอมแพ้ ครับผม !