"นายกฯ" คิกออฟ ไทยช่วยไทยเพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ชูกองทุนหมู่บ้านตัดวงจรกู้นอกระบบ

"นายกฯ" คิกออฟ ไทยช่วยไทยเพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ชูกองทุนหมู่บ้านตัดวงจรกู้นอกระบบ เติมทุนอาชีพ กระจายเงินฐานราก สร้างประชาชนเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยแข็งแรง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ สร้างการรับรู้แหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาอาชีพ ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง ในกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่ตึกสันติไมตรี หลังนอก ทำเนียบรัฐบาล

นายอนุทิน กล่าวว่า ไทยช่วยไทยไม่ใช่เฉพาะมาตรการลดราคาสินค้า หรือโครงการไทยช่วยไทยพลัสเท่านั้น แต่รัฐบาลพยายามทำทุกทางเพื่อลดต้นทุนชีวิตประชาชน พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้คนทำมาหากิน มีทุนประกอบอาชีพ และเพิ่มรายได้จากฐานราก

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากเป็นภารกิจสำคัญลำดับต้นของรัฐบาล จึงต้องลดภาระค่าใช้จ่าย แก้ปัญหาหนี้สิน และเปิดทางให้ประชาชนเข้าถึงเงินทุนในระบบที่เป็นธรรม มีต้นทุนเหมาะสม ไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงจนทำลายชีวิตครอบครัว

นายอนุทิน กล่าวว่า สำนักงานกองทุนหมู่บ้านดำเนินโครงการนี้ด้วยวงเงิน 4,452 ล้านบาท จัดสรรให้กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุนทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชนใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ

โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการเติมเงิน แต่เป็นนโยบายสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เงินทุนที่ลงสู่กองทุนหมู่บ้านจะช่วยให้คนมีต้นทุนประกอบอาชีพ ไม่ต้องเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแพง หรือเสี่ยงสูญเสียหลักประกัน ที่ดิน บ้าน และโอกาสในชีวิต

นายอนุทิน กล่าวว่า เงินกองทุนหมู่บ้านอาจเริ่มจากจุดเล็ก แต่ถ้าประชาชนใช้ถูกทาง มีวินัย และต่อยอดเป็นสินค้า บริการ หรืออาชีพที่ตลาดต้องการ ก็สามารถกลายเป็นโอกาสใหญ่ สร้างรายได้จริง และยกระดับคุณภาพชีวิตได้

ทั้งนี้ ผู้ได้รับเงินทุนต้องใช้เพื่อประกอบอาชีพ ไม่ใช่นำไปปิดภาระบริโภคทั่วไปหรือจ่ายค่างวดต่าง ๆ เพราะจะทำให้เป้าหมายของโครงการสูญเปล่า หนี้สินยังคงอยู่ และไม่เกิดรายได้ใหม่กลับเข้าครัวเรือน

นายอนุทิน กล่าวว่า หากโครงการเกิดผลสำเร็จ สร้างรายได้ กระจายเงิน และเพิ่มกำลังซื้อในพื้นที่ได้จริง รัฐบาลพร้อมพิจารณาขยายโอกาส เพิ่มวงเงิน และเพิ่มความครอบคลุม เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านเป็นกลไกเศรษฐกิจฐานรากที่ขับเคลื่อนได้ต่อเนื่อง ไม่ใช่มาตรการชั่วคราว

"ประชาชนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงผู้รอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล หากฐานรากใช้เงินทุนได้เกิดผล มีอาชีพ มีรายได้ และขยายตลาดได้ รัฐบาลต้องมองประชาชนเป็นกำลังหลักที่ค้ำจุนและขยายเศรษฐกิจไทย" นายอนุทิน กล่าว 

นายอนุทิน กล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านคือเฟืองจักรสำคัญของเศรษฐกิจ เพราะเป็นกลุ่มคนจำนวนมากที่สุดของประเทศ เมื่อชุมชนมีทุน มีการผลิต มีออเดอร์ มีการซื้อขายวัตถุดิบระหว่างหมู่บ้าน เงินจะหมุนเป็นเครือข่ายเศรษฐกิจที่สร้างทั้งรายได้และความสัมพันธ์ในพื้นที่

เมื่อประชาชนมีอาชีพมั่นคง รายได้ยั่งยืน และยุ่งอยู่กับการทำมาหากิน สิ่งที่ตามมาคือคุณภาพชีวิตดีขึ้น สังคมสงบขึ้น และความขัดแย้งลดลง รัฐบาลจึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันทำให้โครงการนี้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจ สังคม และประเทศจากฐานรากอย่างแท้จริง

TAGS: #ดอกเบี้ยคนละครึ่ง #ไทยช่วยไทยเพิ่มทุน #กองทุนหมู่บ้าน