ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษายกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง คดีที่ สว.สำรอง ยื่นฟ้องประธาน กกต. พร้อมพวก รวม 8 คน ปมละเว้นหน้าที่ทำคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. ล่าช้า ศาลชี้ชัดโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลได้นัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้อง คดีที่ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สำรอง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), กรรมการ กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมทั้งสิ้น 8 คน ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
คดีนี้มีชนวนเหตุมาจากการที่นายอัครวัฒน์ อ้างว่า การดำเนินคดีเกี่ยวกับการ "ฮั้วเลือกตั้ง สว." ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ภายใต้การกำกับดูแลของ กกต. มีลักษณะเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน จนนำมาสู่การฟ้องร้องเพื่อให้ศาลพิจารณาบทลงโทษต่อคณะกรรมการชุดดังกล่าว
ศาลพิจารณาแล้วมีคำพิพากษา ยกฟ้องในชั้นตรวจฟ้อง โดยให้เหตุผลสำคัญสรุปได้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในคดีนี้ เนื่องจากตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าวคือ อัยการสูงสุด นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในส่วนของคดีอาญานั้น ทางสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง (สน.ทุ่งสองห้อง) ได้รวบรวมสำนวนการสอบสวนและส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การยกฟ้องในวันนี้มีที่มาจากการไต่สวนที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปี 2568:
4 พ.ย. 2568: ศาลสั่งให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องให้ถูกต้อง
23 ธ.ค. 2568: ศาลสั่งให้ กกต. และ สน.ทุ่งสองห้อง ชี้แจงข้อเท็จจริงรวม 10 ประเด็น
ม.ค. - ก.พ. 2569: กกต. ขอขยายเวลาชี้แจง ขณะที่ สน.ทุ่งสองห้อง ไม่ส่งคำชี้แจงตามกำหนด จนศาลเปิดโอกาสให้โจทก์ยื่นคัดค้านก่อนจะมีคำสั่งในวันนี้
ภายหลังรับฟังคำพิพากษา นายอัครวัฒน์ เปิดเผยว่า แม้ศาลจะยกฟ้องด้วยเหตุผลเรื่องอำนาจฟ้อง แต่ตนเองยังคงยืนยันที่จะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป โดยขณะนี้กำลังพิจารณาแนวทางกฎหมายว่าจะดำเนินการอุทธรณ์คำสั่ง หรือจะเปลี่ยนช่องทางไปยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาแทน ซึ่งจะต้องกลับไปหารือกับทีมงานฝ่ายกฎหมายอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาช่องทางที่เหมาะสมในการทวงคืนความโปร่งใสให้กับการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา